วิจัยชี้ วัคซีนโควิดป้องกันการเสียชีวิตได้เกือบ 20 ล้านคน ในปีแรกหลังมีวัคซีน
ผลการศึกษาแบบจำลองขนาดใหญ่ครั้งแรกที่ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารโรคติดเชื้อแลนเซ็ตเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ระบุว่า วัคซีนโควิด-19 สามารถป้องกันการเสียชีวิตของผู้คนได้ถึงเกือบ 20 ล้านคนในปีแรกหลังจากเริ่มมีวัคซีน
การศึกษานี้ใช้ข้อมูลจาก 185 ประเทศและดินแดน รวบรวมไว้ตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคมปี 2020 ถึงวันที่ 8 ธันวาคมปี 2021 นับเป็นความพยายามครั้งแรกในการประมาณการจำนวนผู้เสียชีวิตที่ป้องกันได้ทั้งโดยตรงและโดยอ้อมผลจากวัคซีนโควิด-19 โดยพบว่าการเสียชีวิต 19.8 ล้านคนป้องกันได้ จากการเสียชีวิต 31.4 ล้านคนหากไม่มีวัคซีน โดยลดลง 63%
กรณีศึกษานี้ใช้ตัวเลขทางการหรือประมาณการเมื่อไม่มีข้อมูลอย่างเป็นทางการสำหรับผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด รวมถึงอัตราการเสียชีวิตส่วนเกินทั้งหมดจากแต่ละประเทศ
ทั้งนี้อัตราการตายส่วนเกินคือ ความแตกต่างระหว่างจำนวนผู้ที่เสียชีวิตทั้งหมดจากทุกสาเหตุและจำนวนผู้เสียชีวิตที่คาดการณ์โดยอิงข้อมูลจากในอดีต
แบบจำลองนี้พิจารณาถึงความผันแปรของอัตราการฉีดวัคซีนในแต่ละประเทศ ตลอดจนความแตกต่างในประสิทธิภาพของวัคซีนตามประเภทวัคซีนที่ใช้เป็นหลักในแต่ละประเทศ
รายงานระบุว่า จีนไม่รวมอยู่ในการศึกษาวิจัย เนื่องจากมีประชากรจำนวนมากและมาตรการควบคุมที่เข้มงวด ซึ่งจะทำให้ผลการศึกษาบิดเบือนไป
ผลวิจัยพบว่า ประเทศที่มีรายได้สูงและปานกลางมีจำนวนผู้เสียชีวิตสูงสุดที่ 12.2 ล้านคนจาก 19.8 ล้านคน สะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำของการเข้าถึงวัคซีนทั่วโลก และผลการศึกษาสรุปว่า การเสียชีวิตเพิ่มเกือบ 600,000 ราย อาจป้องกันได้ หากเป้าหมายขององค์การอนามัยโลกที่มุ่งให้มีการฉีดวัคซีนให้ได้ 40% ของประชากรในแต่ละประเทศภายในสิ้นปี 2021 บรรลุผล
ทั้งนี้โควิด-19 ได้คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกไปแล้วมากกว่า 6.3 ล้านราย จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก แต่เมื่อเดือนก่อนองค์การอนามัยโลกระบุว่าว่า จำนวนผู้เสียชีวิตที่แท้จริงอาจสูงถึง 15 ล้านคน เมื่อพิจารณาจากสาเหตุทั้งทางตรงและทางอ้อมทั้งหมดแล้ว

