หน้าแรก ต่างประเทศ เข้าใจมาตรการ...

เข้าใจมาตรการ ‘แบนทองคำ’ ของ G7 ส่งผลต่อรัสเซียอย่างไร?

28.06.22 | 21:01 น.

เข้าใจมาตรการ ‘แบนทองคำ’ ของ G7 ส่งผลต่อรัสเซียอย่างไร?

รัสเซีย เวลานี้ดูเหมือนจะได้รับแรงกดดันทางเศรษฐกิจจนส่งผลให้ต้อง “ผิดนัดชำระหนี้” ต่างประเทศเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ยุค “ปฏิวัติบอลเชวิก” เมื่อปี 1917 ในเวลาเดียวกัน สหรัฐและพันธมิตร โดยเฉพาะกลุ่มประเทศสมาชิกอุตสาหกรรมชั้นนำของโลกอย่าง G7 เองก็พุ่งเป้าไปที่อุตสาหกรรมส่งออก “ทองคำ” ที่นับเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้ให้รัสเซียเป็นอันดับ 2 รองจากการส่งออกพลังงานด้วย

สหรัฐอเมริการะบุว่าการ “แบน” การนำเข้าทองคำที่กลุ่ม G7 จะประกาศอย่างเป็นทางการในวันที่ 28 มิถุนายนตามเวลาท้องถิ่นนั้น จะเป็นการปิดช่องทางที่รัสเซียจะใช้ “ทองคำ” ในการหลบเลี่ยงผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรอื่นๆได้ เช่นการใช้ “ทองคำ” เปลี่ยนเป็น “สินทรัพย์สภาพคล่องสูง” ในต่างประเทศที่ไม่ได้อยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรเดิม

ผู้เชี่ยวชาญบางคนระบุว่าการดำเนินการดังกล่าวนั้นเป็นเพียงมาตรการเชิงสัญลักษณ์ เนื่องจากมีไม่กี่ประเทศเท่านั้นที่ใช้มาตรการห้ามการนำเข้าทองคำจากรัสเซีย ขณะที่อีกบางส่วน ระบุว่า มาตรการดังกล่าวจะทำให้การเข้าถึงระบบการเงินโลกของรัสเซียยากลำบากมากขึ้น

 

Advertisement

รัสเซียมีทองอยู่มากแค่ไหน?

นายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐเปิดเผยกับซีเอ็นเอ็นเมื่อวันที่ 26 มิถุนายนว่า “ทองคำ” เป็นอุตสาหกรรมส่งออกที่สร้างรายได้เป็นอันดับ 2 ของประเทศรองจากการส่งออกพลังงาน และรายได้จากการส่งออกทองคำทั้งหมดของรัสเซียนั้นสัดส่วน 90% มาจากประเทศในกลุ่ม G7

ดังนั้นมาตรการดังกล่าวตัดรายได้ของรัสเซียได้ทันที 19,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือราว 667,000 ล้านบาทต่อปี และทำให้รัสเซียไม่สามารถนำรายได้ไปใช้พัฒนาอาวุธ เทคโนโลยี และใช้ในการสำรวจพลังงานได้

อย่างไรก็ตามเวลานี้รัสเซียมีทองคำสำรองอยู่มากถึง 100,000-140,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3.5-4.9 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 20% ของทรัพย์สินในธนาคารกลางรัสเซียทั้งหมด

มาตรการห้ามนำเข้าทองคำทำงานอย่างไร?

นักวิเคราะห์ระบุว่า แม้รัสเซียจะยังสามารถขายทองคำให้กับประเทศอื่นๆ นอกกลุ่ม G7 ได้แต่มาตรการดังกล่าวจะส่งผลกับรายได้จากการส่งออกของรัสเซียโดยตรง โดยเฉพาะรัสเซียที่เจอแรงกดดันจากมาตรการคว่ำบาตรหลังการนำกำลังทหารบุกยูเครนตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาอย่างต่อเนื่อง

มาตรการดังกล่าวอาจส่งผลให้เกิดผลกระทบที่กว้างออกไปเช่นบุคคลที่มาจากประเทศที่เห็นชอบกับมาตรการแบนการนำเข้าทองคำจากรัสเซียที่อาจต้องถูกลงโทษกรณีละเมิดมาตรการคว่ำบาตร กระทบกับผู้ที่ทำการค้ากับรัสเซีย และอาจมีการตรวจยึดทองคำที่จะส่งไปยังประเทศที่ประกาศแบนทองคำรัสเซียด้วย

ซึ่งล่าสุดสวิตเซอร์แลนด์กำลังสืบสวนกรณีทองคำรัสเซีย น้ำหนัก 3 ตัน มูลค่ามากกว่า 202 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่ถูกส่งจากประเทศอังกฤษ ไปยังสวิตเซอร์แลนด์เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาว่ามีการละเมิดมาตรการคว่ำบาตรที่มีต่อรัสเซียหรือไม่

มาตรการอื่นๆในการคว่ำบาตรการค้าทองคำรัสเซีย?

ในเดือนมีนาคม สหรัฐอเมริกาและพันธมิตรคว่ำบาตรการทำธุรกรรมกับธนาคารกลางรัสเซีย ในจำนวนนั้นรวมไปถึงธุรกรรมเกี่ยวกับทองคำด้วย โดยมีเป้าหมายเพื่อกดดันไม่ให้รัสเซียเข้าถึงเงินทุนสำรองต่างประเทศได้

นอกจากนี้สหรัฐอเมริกายังประกาศแนวปฏิบัติสำหรับชาวอเมริกันที่รวมไปถึงผู้ค้าทองคำ ผู้จัดจำหน่าย ผู้ค้าส่ง ผู้ซื้อ และสถาบันการเงินถึงการห้ามซื้อ ขาย หรืออำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมเกี่ยวกับทองคำที่รัสเซียมีส่วนเกี่ยวข้อง รวมไปถึงการทำธุรกรรมกับผู้ที่ถูกคว่ำบาตรอื่นๆด้วย

รัสเซียจะได้รับผลกระทบอย่างไร?

มาตรการคว่ำบาตรการนำเข้าทองคำจากรัสเซียนั้นมีเป้าหมายเพื่อ “โดดเดี่ยว” เศรษฐกิจของรัสเซีย ทำลายเส้นทางการเงินและป้องกันไม่ให้รัสเซียสามารถฟอกเงินได้

บอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ระบุในที่ประชุม G7 ว่าการคว่ำบาตรดังกล่าวเป็นการโจมตีไปที่หัวใจของมหาเศรษฐีรัสเซียและโจมตีไปที่หัวใจของเครื่องจักรสงครามของวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย

ขณะที่ทำเนียบขาวระบุว่า มาตรการดังกล่าวเป็นอีกวิธีที่ปิดกั้นเส้นทางระหว่างระบบการเงินโลกกับเศรษฐกิจของรัสเซียนั่นเอง