วิจัยอิตาลีชี้ น้ำอสุจิเป็นสื่อนำการติดเชื้อโรคฝีดาษลิงได้
เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ทีมนักวิจัยในประเทศอิตาลีที่ระบุพบเชื้อไวรัสฝีดาษลิงในน้ำอสุจิได้เป็นรายแรก ซึ่งกำลังขยายผลการศึกษาในเรื่องนี้อยู่ ออกมาระบุว่าผลการศึกษาในเบื้องต้นชี้ว่าอสุจิสามารถเป็นสื่อนำการติดเชื้อโรคฝีดาษลิงได้
ทีมวิจัยของโรงพยาบาลสปาลลันซานี ในกรุงโรม ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ เปิดเผยในการศึกษาที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมาระบุว่า สารพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอของไวรัสฝีดาษลิงถูกพบในน้ำอสุจิของชาย 3 ใน 4 คนที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคฝีดาษลิง จากนั้นพวกเขาได้ขยายการศึกษาออกไป จากการเปิดเผยของฟรานเซสโก ไวยา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลที่ระบุว่า ทีมนักวิจัยพบเชื้อฝีดาษลิงในสเปิร์มของชายที่ติดเชื้อจำนวน 14 คน จาก 16 คนที่ทำการศึกษา
“การค้นพบนี้บอกเราว่าการมีอยู่ของไวรัสในตัวอสุจินั้นไม่ได้เกิดขึ้นได้ยากหรือเกิดขึ้นโดยบังเอิญ” นายไวยาบอกกับเอเอฟพี และว่า การติดเชื้อสามารถแพร่สู่กันได้ในระหว่างการมีเพศสัมพันธ์โดยการสัมผัสโดยตรงกับแผลที่ผิวหนัง แต่การศึกษาของเราแสดงให้เห็นด้วยว่าน้ำอสุจิสามารถเป็นสื่อนำการติดเชื้อได้ด้วย
ทีมนักวิจัยของโรงพยาบาลสปาลลันซานีที่ระบุพบผู้ป่วยโรคฝีดาษลิงเป็นรายแรกของประเทศ ได้พบในชาย 2 คนที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากหมู่เกาะคานารีเมื่อเร็วๆนี้
อย่างไรก็ดีผลการศึกษาล่าสุดนี้ยังไม่ได้มีการตีพิมพ์หรืออยู่ภายใต้การตรวจสอบของผู้เชี่ยวชาญแต่อย่างใด
ทั้งนี้นับตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มีการพบผู้ป่วยโรคฝีดาษลิงนอกภูมิภาคแอฟริกาตะวันตกและตอนกลางที่โรคฝีดาษลิงเป็นโรคประจำถิ่นนั้น เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยผู้ป่วยที่พบส่วนใหญ่อยู่ในยุโรปตะวันตก ซึ่งขณะนี้องค์การอนามัยโลกระบุว่าในปีนี้มีรายงานยืนยันผู้ป่วยโรคฝีดาษลิงแล้วมากกว่า 3,400 รายในกว่า 50 ประเทศ และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย
องค์การอนามัยโลกระบุว่ากรณีผู้ป่วยส่วนใหญ่จนถึงขณะนี้พบในผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับเพศชายด้วยกัน ซึ่งมีอายุยังน้อย ส่วนใหญ่อยู่ในเขตเมือง โดยองค์การอนามัยโลกกำลังสืบสวนกรณีการตรวจพบเชื้อไวรัสฝีดาษลิงในน้ำอสุจิด้วย แต่ยังคงยืนยันว่าไวรัสแพร่เชื้อผ่านการสัมผัสใกล้ชิดเป็นหลัก

