หน้าแรก ต่างประเทศ เผยผู้หญิง-เด...

เผยผู้หญิง-เด็กในชาติยากจนหลายล้านเข้าไม่ถึงคุมกำเนิด หวั่นเป้าหมายไม่บรรลุผล

1.11.16 | 16:50 น.

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ผู้หญิงและเด็กนับหลายล้านคนในประเทศยากจนที่สุดของโลก เสี่ยงที่จะตั้งครรภ์โดยไม่ตั้งใจและเผชิญกับการทำแท้งที่ไม่ปลอดภัย จากการเปิดเผยของกลุ่มนักรณรงค์ ในรายงาน “การวางแผนครอบครัวปีค.ศ.2020” (เอฟพี2020) ที่เผยแพร่ออกมาในวันเดียวกันนี้ หลังจากโครงการนี้ถูกริเริ่มขึ้นในการประชุมสุดยอดว่าด้วยการวางแผนครอบครัวที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในปี 2012 ซึ่งตั้งเป้าหมายที่จะขยายการให้บริการวางแผนครอบครัวให้แก่ผู้หญิง 120 ล้านคนที่ต้องการคุมกำเนิดแต่ไม่สามารถเข้าถึงได้ ให้ครอบคลุมทั่วถึงภายในปีค.ศ.2020 ทว่ากลุ่มนักรณรงค์ชี้ว่า ขณะนี้เป้าหมายดังกล่าวกำลังอยู่ในทิศทางที่ไม่อาจเป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ได้


รายงานเอฟพี2020 ระบุว่า นับจากปี 2012 เป็นต้นมา มีผู้หญิงและเด็กได้รับการคุมกำเนิดแล้วกว่า 30 ล้านคน แต่การรณรงค์ให้บริการคุมกำเนิดยังไปไม่ถึงกลุ่มเป้าหมายนี้อีกเกือบ 20 ล้านคนที่เป็นครึ่งทางของเป้าหมายที่ตั้งไว้ นั่นหมายความว่าหากเป็นเช่นนี้ก็จะไม่สามารถเดินทางไปถึงเป้าหมายตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้ เว้นเสียแต่จะเร่งดำเนินการให้มีความคืบหน้านับจากนี้ไป

เอฟพี2020 ระบุว่า มีผู้หญิงและเด็กมากกว่า 225 ล้านคนในประเทศกำลังพัฒนาที่ไม่ต้องการตั้งครรภ์ แต่ยังไม่สามารถเข้าถึงการคุมกำเนิดได้ ขณะที่มีการประเมินว่า ในทุกๆวัน มีผู้หญิงต้องเสียชีวิตลงถึง 800 คนจากภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวเนื่องกับการตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของวัยรุ่นหญิงในประเทศกำลังพัฒนา

รายงานชี้อีกว่า ผู้หญิงและเด็กผู้หญิงราว 300 คนใน 69 ประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก ซึ่งถือว่ามากเป็นประวัติการณ์ ที่ในขณะนี้ใช้วิธีการคุมกำเนิดสมัยใหม่ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2003 ถึง 50 เปอร์เซ็นต์

Advertisement

ในแอฟริกาตะวันออกและแอฟริกาตอนใต้ ถือเป็นพื้นที่ที่มีการขยายตัวของการใช้วิธีการคุมกำเนิดสมัยใหม่เร็วที่สุด และยังเป็นครั้งแรกที่ผู้หญิงและเด็กในภูมิภาคนี้จำนวนมากกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ที่ใช้วิธีคุมกำเนิดสมัยใหม่ โดยมีเอธิโอเปีย เคนยา เลโซโธ มาลาวี และ โมซัมบิก เป็นประเทศที่มีพัฒนาการคุมกำเนิดเร็วที่สุด ส่วนภูมิภาคเอเชียและละตินอเมริกา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการคุมกำเนิดสูงอยู่แล้ว มีการขยายตัวที่ชะลอตัวลง

รายงานข่าวระบุอีกว่า กรณีศึกษาหลายชิ้นยังเปิดเผยให้เห็นว่า ทุกๆ 1 ดอลลาร์สหรัฐที่มีการลงทุนไปในการให้บริการวางแผนครอบครัวนั้น ยังช่วยทำให้สามารถประหยัดงบประมาณด้านสาธารณสุข ที่อยู่อาศัย ประปา และการบริการภาคสาธารณะอื่นๆได้อีกถึง 6 ดอลลาร์สหรัฐ