มาเก๊าล็อกดาวน์ รร.แกรนด์ลิสบอน บ่อนคาสิโนดัง หลังพบคลัสเตอร์โควิด
เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า มาเก๊าทำการล็อกดาวน์โรงแรมแกรนด์ ลิสบัว ซึ่งเป็นโรงแรมคาสิโนที่มีชื่อเสียงที่สุดบนเกาะมาเก๊า เขตปกครองพิเศษของจีน หลังจากพบผู้ป่วยโรคโควิด-19 จำนวนหลายสิบคนเมื่อวันอังคาร(5 ก.ค.)ที่ผ่านมา ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างรวดเร็วในดินแดนที่เป็นบ่อนพนันที่ใหญ่ที่สุดในโลก
นอกจากนี้ยังมีอาคารอย่างน้อย 16 แห่งในมาเก๊าที่ถูกสั่งล็อกดาวน์ด้วย ที่จะไม่มีใครได้รับอนุญาตให้เข้าออพื้นที่ได้
ทางการมาเก๊าได้สั่งให้ประชาชนกว่า 13,000 คนกักตัวเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดครั้งใหญ่ที่สุดนับจากเริ่มมีการระบาดของโรคโควิด-19 ในมาเก๊า ขณะที่แดนสวรรค์ของบ่อนคาสิโนแห่งนี้มียอดผู้ป่วยโควิดสะสมแล้วมากกว่า 900 รายนับจากกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
สื่อท้องถิ่นเผยภาพถ่ายของโรงแรมแกรนด์ ลิสบัว ที่เป็นของบริษัทเอสเจเอ็ม โฮลดิงส์ 088.เอชเค ก่อตั้งโดย สแตนลีย์ โฮ อดีตมหาเศรษฐีชาวฮ่องกง-มาเก๊าผู้ล่วงลับ ที่มีการปิดล้อมเอาไว้ โดยมีคนสวมชุดป้องกันยืนประจำการอยู่ด้านนอก
ขณะที่รัฐบาลมาเก๊ายังไม่ได้บังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์อย่างเต็มรูปแบบในอดีตอาณานิคมของโปรตุเกสแห่งนี้ แต่หลายเมืองของจีนแผ่นดินใหญ่ ที่ชูนโยบายโควิดเป็นศูนย์นั้น สถานที่ต่างๆ ส่วนใหญ่ถูกปิดทำการและร้านอาหารให้บริการได้เฉพาะการสั่งกลับบ้านเท่านั้น
ประชาชนในมาเก๊ายังถูกร้องขอให้อยู่บ้านและจะต้องเข้ารับการตรวจโควิด 3 ครั้งในสัปดาห์นี้ โดยในระหว่างนั้นทางการยังขอให้ประชาชนทำการตรวจหาเชื้อด้วยแรพพิด แอนติเจน เทสต์ ด้วย
ข่าวระบุว่า มีเพียงบ่อนคาสิโนเท่านั้นในมาเก๊าที่ได้รับอนุญาตให้เปิดดำเนินการได้ ทั้งนี้เพื่อความมั่นคงด้านการจ้างงาน โดยรัฐบาลมาเก๊าพึ่งพาอุตสาหกรรมนี้มากกว่า 80% ของรายได้จากภาษีจากประชาชนส่วนใหญ่ที่ถูกจ้างงานโดยตรงหรือโดยอ้อมจากบ่อนคาสิโน

