รู้จัก โคฐานภยะ ราชปักษะ ปธน.ศรีลังกา ผู้ปิดฉากเส้นทางด้วยการหนีพ้นประเทศ

13.07.22 | 16:19 น.

รู้จัก โคฐานภยะ ราชปักษะ ปธน.ศรีลังกา ผู้ปิดฉากเส้นทางด้วยการหนีพ้นประเทศ

โคฐานภยะ ราชปักษะ ประธานาธิบดีศรีลังกา ผู้มีฉายาว่า “The Terminator” จากผลงานปราบกลุ่มกบฏพยัคฆ์ทมิฬอีแลม ปิดฉากสงครามกลางเมืองที่กินระยะเวลายาวนานหลายสิบปีลงได้

แต่เวลานี้ ประธานาธิบดีโคฐานภยะจะกลายเป็นความทรงจำของประชาชนชาวศรีลังกา ในฐานะประธานาธิบดีที่ทำให้เศรษฐกิจของประเทศล่มสลาย และต้องปิดฉากการดำรงตำแหน่งด้วยการหนีออกจากประเทศในที่สุด

โคฐานภยะเป็นหนึ่งในครอบครัวราชปักษะ ครอบครัวที่มีพี่น้อง 4 คนที่ครองอำนาจในศรีลังกามาอย่างยาวนาน โดยโคฐานภยะเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหม ภายใต้รัฐบาลของพี่ชายอย่างมหินธะ ราชปักษะ ระหว่างปี 2005-2015

โคฐานภยะเคยปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ระบุว่ากองทัพศรีลังกาภายใต้การนำของตนสังหารชาวทมิฬที่เป็นชนกลุ่มน้อยในประเทศไปอย่างน้อย 40,000 รายในช่วงท้ายๆ ของสงคราม อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวหาดังกล่าวก็กลับสร้างภาพลักษณ์ในฐานะบุรุษผู้แข็งแกร่งในหมู่ชาวสิงหล ที่เป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศให้ชัดเจนขึ้นอีก

Advertisement

โคฐานภยะยังถูกมองว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุลักพาตัวนักข่าวและผู้เห็นต่างขึ้นรถตู้สีขาวและหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยภายใต้รัฐบาลประธานาธิบดีมหินธะ เหตุการณ์ที่ถูกมองว่าเป็นการอุ้มฆ่านอกกฎหมาย

ขณะที่ในกลุ่มชาวพุทธในประเทศมองว่า โคฐานภยะเป็นนักรบสิงหลอย่างกษัตริย์ดูตูกามูนู ผู้ที่เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นผู้ปราบผู้ปกครองชาวทมิฬ และขึ้นครองราชย์ยาวนาน 24 ปี อย่างไรก็ตาม การลาออกจากตำแหน่งของโคฐานภยะ หลังดำรงตำแหน่งมา 3 ปีครั้งนี้ ทำให้อดีตประธานาธิบดีศรีลังกาผู้นี้กลายเป็นประธานาธิบดีศรีลังกาที่ได้รับเลือกตั้งที่ดำรงตำแหน่งสั้นที่สุดในประวัติศาตร์

นายโคฐานภยะ ราชปักษะ อดีตประธานาธิบดีศรีลังกา ถ่ายภาพร่วมกับนายมหินธะ ราชปักษะ พี่ชาย เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2019 (เอเอฟพี)

รากเหง้าของปัญหาวิกฤตศรีลังกาส่วนหนึ่งมาจากการเมืองศรีลังกาที่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของคนในตระกูลราชปักษะอย่างยาวนาน จนได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในตระกูลที่มีอิทธิพลกับการเมืองระดับประเทศมากที่สุดในโลก และถูกมองว่าเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ศรีลังกาเดินไปสู่ความล้มเหลว

นอกจากนี้นโยบายเน้นการผลิตป้อนตลาดในประเทศมากกว่าการส่งออก ยังส่งผลให้ศรีลังกาขาดดุลบัญชีเดินสะพัดอย่างหนัก ขณะที่ทุนสำรองสกุลเงินต่างประเทศขาดแคลนอย่างรุนแรง ซ้ำเติมด้วยสถานการณ์โควิด-19 และวิกฤตสงครามยูเครน ส่งผลให้เศรษฐกิจพังทลายลงอย่างรวดเร็ว นำไปสู่การผิดนัดชำระหนี้ในที่สุด

ตลอดการดำรงตำแหน่ง โคฐานภยะได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่ยกเลิกเปลี่ยนแปลงนโยบายเป็นจำนวนมาก เพิกถอนกฎหมายที่ประกาศใช้แล้วกว่า 100 ฉบับ

โคฐานภยะเคยปฏิเสธที่จะนำนโยบายปฏิรูปประชาธิปไตยในประเทศ และเดินหน้าเพิ่มอำนาจให้กับประธานาธิบดี แต่ในช่วงเดือนท้ายๆ ของการดำรงตำแหน่ง โคฐานภยะก็กลับลำมอบอำนาจกลับคืนให้กับรัฐสภาอีกครั้ง

รวมไปถึงนโยบายปรับลดภาษีที่โคฐานภยะประกาศหลังดำรงตำแหน่งได้ไม่นาน นโยบายซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวิกฤตเศรษฐกิจที่ทำให้รายได้ภาครัฐหายไปเป็นจำนวนมากนั้น เวลานี้ก็กลับมาปรับเพิ่มขึ้นใหม่อีกครั้ง

ขณะที่นโยบายที่ล้มเหลวมากที่สุดก็คือนโยบายห้ามการนำเข้าปุ๋ยเคมีเมื่อเดือนเมษายน 2021 ที่ผ่านมา ที่วางเป้าหมายสวยหรูว่าจะเป็นชาติแรกในโลกที่ทำเกษตรออร์แกนิค 100% ได้ แต่สุดท้ายนโยบายดังกล่าวกลับส่งผลให้พืชผลล้มตายเป็นจำนวนมาก และต้องกลับมาเปิดให้มีการนำเข้าปุ๋ยเคมีได้อีกครั้งในอีก 6 เดือนต่อมา และยังไม่สามารถชดเชยให้กับชาวนาที่ไดรับผลกระทบหลายล้านคนตามที่ให้คำมั่นไว้ได้ด้วย

นอกจากนี้ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 โคฐานภยะยังถูกวิพากษ์วิจารณ์จากนโยบายปฏิเสธไม่ให้ชาวมุสลิม ประชากรที่มีสัดส่วนมากที่สุดเป็นอันดับสองของประเทศ ฝังศพผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 และบังคับให้ฌาปนกิจเท่านั้น สร้างความไม่พอใจให้กับโลกมุสลิมและกลุ่มสิทธิมนุษยชนทั่วโลกด้วย

การประท้วงเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา (เอเอฟพี)

ความผิดพลาดนับไม่ถ้วนของโคฐานภยะ ส่งผลให้เกิดปัญหาอาหาร น้ำมันขาดแคลน ราคาสินค้าในประเทศพุ่งสูงขึ้น ประชาชนเริ่มออกมารวมตัวประท้วงตามท้องถนนในหลายเมืองทั่วประเทศ เสียงเรียกร้องให้โคฐานภยะลาออกจากตำแหน่งดังขึ้นเรื่อยๆ

#GotaGoHome กลายเป็นกระแสติดเทรนด์ในสื่อสังคมออนไลน์ ขณะที่ประชาชนผู้ประท้วงบุกยึดบ้านพักหรูของโคฐานภยะในกรุงโคลอมโบ พร้อมกับแขวนคอรูปจำลองของโคฐานภยะเอาไว้ และนั่นเป็นสัญญาณว่า โคฐานภยะคงจะไม่มีที่ยืนในประเทศศรีลังกาอีกต่อไป และทางรอดเดียวก็คือการหนีออกจากประเทศ โดยมีปลายทางอยู่ที่กรุงมาเล ประเทศมัลดีฟส์นั่นเอง