ปธน.ศรีลังกายังไม่ประกาศลาออก นายกฯสั่ง ‘ทหาร-ตำรวจ’ ควบคุมสถานการณ์
นายโคฐานภยะ ราชปักษะ ประธานาธิบดีศรีลังกา ซึ่งเดินทางหลบหนีออกนอกประเทศด้วยเครื่องบินของกองทัพไปยังประเทศมัลดีฟส์ เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมา ยังไม่ประกาศลาออกจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการ แม้ว่าประธานรัฐสภาจะระบุก่อนหน้านี้ว่าราชปักษะรับปากว่าจะลาออกภายในเมื่อวานนี้ก็ตาม
รายงานข่าวระบุว่า หลังเครื่องบินที่นำประธานาธิบดีราชปักษะและภริยาเดินทางถึงกรุงมาเล เมืองหลวงของมัลดีฟส์ เขาถูกพาตัวไปยังสถานที่ที่ไม่เป็นที่เปิดเผย โดยสื่อท้องถิ่นของมัลดีฟส์รายงานว่า ราชปักษะมีแผนที่จะเดินทางไปยังประเทศอื่น แต่ต้องประสบกับความล่าช้าในการเดินทาง ทำให้เขาต้องค้างคืนที่มัลดีฟส์

ด้านกองทัพอากาศศรีลังกาได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า การจัดหาเครื่องบินเพื่อให้ประธานาธิบดีราชปักษะและภริยาเดินทางไปยังมัลดีฟส์ เกิดขึ้นภายใต้การอนุมัติของกระทรวงกลาโหม โดยมีการผ่านกระบวนการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรตามกฎหมายอย่างถูกต้องแล้ว
อย่างไรก็ดีมีรายงานว่านายมหินทรา ราชปักษะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายเบซิล ราชปักษะ อดีตรัฐมนตรีคลัง น้องชายของประธานาธิบดีราชปักษะ รวมถึงบุคคลอื่นๆ ในครอบครัวของพวกเขายังคงอยู่ในศรีลังกา แต่ไม่ทราบที่อยู่ที่ชัดเจน

ด้านนายกรัฐมนตรีรานิล วิกรมสิงเห ที่ขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีรักษาการตามรัฐธรรมนูญของศรีลังกา ก็ต้องเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนัก หลังจากประชาชนหันมาทุ่มความโกรธแค้นไปลงที่นายวิกรมสิงเหแทน เพราะมองว่าเป็นพวกเดียวกันกับประธานาธิบดีราชปักษะ แม้ว่าเขาจะเพิ่งขึ้นมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อเดือนพฤษภาคมก็ตาม
ประชาชนจำนวนมากได้บุกเข้ายึดสำนักงานนายกรัฐมนตรีศรีลังกาเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมา แม้ว่าจะมีการประกาศบังคับใช้สถานการณ์ฉุกเฉินในหลายพื้นที่ของประเทศ รวมถึงกรุงโคลอมโบ นับเป็นการบุกยึดสถานที่สำคัญทางราชการครั้งที่ 2 ของกลุ่มผู้ประท้วงภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน

นายวิกรมสิงเหกล่าวระหว่างการปรากฏตัวทางสถานีโทรทัศน์ว่า เขาได้สั่งการให้ทหารและตำรวจทำอะไรก็ตามที่จำเป็นเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยขึ้น พร้อมตั้งคณะกรรมการซึ่งประกอบด้วยทหารและตำรวจเพื่อให้ฟื้นฟูความสงบเรียบร้อยภายในประเทศแล้ว ทั้งยังร้องขอให้ประชาชนออกมาจากสำนักงานนายกรัฐมนตรีรวมถึงอาคารของรัฐอื่นๆ และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่
อย่างไรก็ดี ดูเหมือนคำร้องขอของนายวิกรมสิงเหจะไม่ได้รับความสนใจจากกลุ่มผู้ประท้วงที่ระบุว่า เป้าหมายของพวกเขาคือการขับไล่ทั้งประธานาธิบดีราชปักษะและนายกรัฐมนตรีวิกรมสิงเหออกจากตำแหน่ง และพวกเขาต้องการผู้นำที่เชื่อถือได้และซื่อสัตย์เพื่อสร้างประเทศศรีลังกาขึ้นมาใหม่

แม้ว่าประธานรัฐสภาศรีลังกาจะระบุก่อนหน้านี้ว่า จะมีการเปิดให้สมาชิกรัฐสภาเลือกประธานาธิบดีคนใหม่ในวันที่ 20 กรกฎาคมนี้ แต่ดูเหมือนความวุ่นวายทางการเมืองของศรีลังกาจะยังคงไม่จบลงอย่างรวดเร็ว เพราะการเจรจาหารือระหว่างพรรคการเมืองต่างๆ เพื่อจัดตั้งรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติก็ดูจะยังไม่มีความคืบหน้าและความชัดเจนเท่าใดนัก

