หน้าแรก ต่างประเทศ ศรีลังกา ประก...

ศรีลังกา ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ก่อนสภาลงมติเลือกปธน.คนใหม่

18.07.22 | 14:17 น.

ศรีลังกา ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ก่อนสภาลงมติเลือกปธน.คนใหม่

นายรานิล วิกรมสิงเห ประธานาธิบดีรักษาการประเทศศรีลังกา ประกาศใช้กฎหมายบริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉิน เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม เพื่อรักษาความสงบก่อนหน้าที่รัฐสภาศรีลังกาจะลงมติเลือกประธานาธิบดีศรีลังกาคนใหม่ ในวันที่ 20 กรกฎาคมนี้

การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในศรีลังกาเคยมีการประกาศออกมาก่อนหน้านี้แล้วแต่รัฐสภายังไม่ได้เปิดประชุมเพื่อลงมติรับรองตามกระบวนการ โดยนายวิกรมสิงเห ประกาศขยายการบังคับใช้ออกไปในวันเดียวกันนี้ โดยให้เหตุผลในด้านความมั่นคงสาธารณะ

การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินจะเปิดทางให้ทหารศรีลังกาสามารถจับกุมตัวผู้ต้องสงสัย และเปิดทางให้ประธานาธิบดีศรีลังกาสามารถออกกฎหมายเพิ่มเติมที่มีผลบังคับเหนือกฎหมายเดิมได้เพื่อจัดการกับปัญหาความไม่สงบในประเทศ

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจและกองทัพก็เพิ่มกำลังรักษาความปลอดภัยเพิ่มขึ้นแล้ว ก่อนหน้าการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ที่จะดำรงตำแหน่งแทนที่นายโคฐาภยะ ราชปักษะ อดีตประธานาธิบดีที่หนีออกจากประเทศและประกาศลาออกจากตำแหน่งจากประเทศสิงคโปร์ หลังจากกลุ่มผู้ประท้วงรวมตัวกันบุกยึดบ้านพักของนายโคฐาภยะ

การลงคะแนนเสียงเลือกประธานาธิบดีศรีลังกาคนใหม่จะมีขึ้นในวันที่ 20 กรกฎาคมนี้ โดยนายวิกรมสิงเห ประธานาธิบดีรักษาการเป็นผู้ที่ได้รับการคาดหมายว่าจะได้รับเสียงสนับสนุนมากที่สุดโดยเฉพาะจากพรรครัฐบาลที่สนับสนุนครอบครัวราชปักษะ โดยผู้ชนะจะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ซึ่งจะสิ้นสุดเทอมในเดือนพฤศจิกายนปี 2024 นี้

Advertisement

รายงานระบุว่า หากนายวิกรมสิงเห ได้รับเลือกให้นั่งเป็นประธานาธิบดีคนใหม่อาจส่งผลให้เกิดการประท้วงใหญ่เกิดขึ้นอีกครั้งเนื่องจากกลุ่มผู้ประท้วงเรียกร้องให้นายวิกรมสิงเหลาออกจากตำแหน่งทางการเมืองด้วยเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ ประเทศศรีลังกาที่มีประชากร 22 ล้านคน เผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจอย่างหนัก ผลจากการขาดแคลนเงินทุนสำรองสกุลเงินต่างประเทศ ทำให้เกิดการขาดแคลนสินค้าจำเป็นโดยเฉพาะอาหารและน้ำมันเชื้อเพลิง นอกจากนี้ รัฐบาลยังผิดนัดชำระหนี้ต่างประเทศไปแล้ว 51,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยในเวลานี้อยู่ระหว่างการเจรจากับกองทุนการเงินระหว่างประเทศเพื่อรับเงินช่วยเหลือต่อไป