ชี้ ‘ฝีดาษลิง’ ที่ระบาดใน ‘แอฟริกา-ประเทศอื่น’ ไม่เหมือนกัน
ขณะที่คณะกรรมการฉุกเฉินขององค์การอนามัยโลกได้จัดประชุมกันเป็นครั้งที่ 2 ภายในไม่กี่สัปดาห์ เพื่อพิจารณาว่าควรจะมีการให้ประกาศให้โรคฝีดาษลิงเป็นวิกฤตทางด้านสาธารณสุขระดับโลกหรือไม่ นักวิทยาศาสตร์หลายคนออกมาชี้ถึงความแตกต่างที่ชัดเจนของการระบาดที่เกิดขึ้นในแอฟริกากับประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งจะทำให้เกิดความซับซ้อนในการตอบสนองต่อการรับมือกับการแพร่ระบาดดังกล่าว
ประเทศในแอฟริการะบุว่าพวกเขากำลังรับมือกับการระบาดของฝีดาษลิงในภูมิภาคในฐานะสภาวะฉุกเฉินอยู่แล้ว ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญในประเทศอื่นระบุว่าในยุโรป อเมริกาเหนือ และที่อื่นๆ การระบาดของฝีดาษลิงไม่ถือว่ารุนแรง ทำให้ไม่จำเป็นต้องมีการประกาศภาวะฉุกเฉินทางด้านสาธารณสุข แม้จะยังไม่สามารถยับยั้งการแพร่ระบาดได้ แต่หลายประเทศมองว่าโรคดังกล่าวไม่มีความรุนแรง
โรคฝีดาษลิงเกิดขึ้นมายาวนานหลายทศวรรษแล้วในพื้นที่ทางตอนกลางและตะวันตกของทวีปแอฟริกา โดยลักษณะของการแพร่ระบาดเป็นการแพร่เชื้อจากสัตว์สู่คนในพื้นที่ชนบท หรืออาจเกิดการระบาดในพื้นที่ค่อนข้างจำกัด ขณะที่ฝีดาษลิงที่เกิดขึ้นในยุโรป อเมริกาเหนือ และที่อื่นๆ ซึ่งแพร่ระบาดตั้งแต่เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในหมู่คนรักร่วมเพศ และการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างชายกับชาย
ปัจจุบันมีผู้ป่วยฝีดาษลิงมากกว่า 15,000 รายทั่วโลก โดยองค์การอนามัยโลกระบุว่า 99% ของโรคฝีดาษลิงที่ได้รับการรายงานนอกทวีปแอฟริกาทั้งหมดเกิดขึ้นในผู้ชาย และในจำนวนนั้น 98% อยู่ในกลุ่มผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายด้วยกัน อย่างไรก็ดีฝีดาษลิงยังสามารถแพร่เชื้อสู่ใครก็ได้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย โดยไม่คำนึงถึงรสนิยมทางเพศของพวกเขา
ดร.พอล ฮันเตอร์ ศาสตราจารย์ด้านการแพทย์แห่งมหาวิทยาลัยอิสต์แองเกลียในอังกฤษระบุว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในแอฟริกาแทบจะแยกกับการระบาดของฝีดาษลิงในยุโรปและอเมริกาเหนือโดยสิ้นเชิง ในกลุ่มชายรักชายบางคนอาจแต่งงานกับผู้หญิง หรือมีครอบครัวที่ไม่รับทราบถึงกิจกรรมทางเพศของพวกเขา ซึ่งทำให้การติดตามผู้สัมผัสกับผู้ป่วยเป็นเรื่องยากมาก รวมถึงการขอให้คนออกมาเข้ารับการตรวจเพื่อหาเชื้อ ดังนั้นการฉีดวัคซีนจะมีวิธีที่ทรงประสิทธิภาพมากที่สุดเพื่อระงับการแพร่ระบาด
อย่างไรก็ดีสถานการณ์ในแอฟริกานั้นแตกต่างออกไป เพราะผู้ติดเชื้อหลักจะมาจากการติดเชื้อจากสัตว์สู่คน แม้ผู้เชี่ยวชาญชาวแอฟริกันจะยอมรับว่าอาจมีการติดเชื้อระหว่างกลุ่มชายรักร่วมเพศ แต่การเฝ้าระวังและการเปิดเผยตัวที่มีอย่างจำกัดของคนกลุ่มนี้ในแอฟริกา ทำให้การติดตามการแพร่เชื้อในกลุ่มคนดังกล่าวทำได้ไม่ง่ายนัก
ความแตกต่างของการแพร่ระบาดทำให้เป็นเรื่องยากที่จะใช้กลยุทธ์ในการรับมือกับการแพร่ระบาดของฝีดาษลิงแบบเดียวกันทั่วโลก เช่นเดียวกับที่ใช้รับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 หรืออีโบลา ผู้เชี่ยวชาญบางคนยังหวั่นวิตกด้วยว่าความแตกต่างดังกล่าวรวมถึงความแตกต่างในประเด็นอื่นๆ อาจทำให้ความเหลื่อมล้ำทางการแพทย์ระหว่างประเทศยากจนกับประเทศร่ำรวยจะยิ่งรุนแรงลึกซึ้งมากขึ้น
ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขของสหรัฐบางคนตั้งข้อสงสัยว่า การระบาดนั้นแพร่หลายมากพอหรือไม่ที่จะประกาศให้โรคฝีดาษลิงกลายเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ใหม่ ขณะที่การประกาศให้โรคนี้เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระดับโลกอาจทำให้การเร่งฉีดวัคซีนยิ่งย่ำแย่ลงโดยไม่ตั้งใจ เพราะขณะนี้ยังพบเห็นการระบาดของโรคที่ไม่รุนแรงในหลายประเทศ อาทิ ประเทศอังกฤษซึ่งมีการปรับลดการประเมินความเสี่ยง เนื่องจากเห็นว่าอาการของโรคไม่มีความรุนแรง
นายเทดรอส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก แสดงความวิตกกังวลเกี่ยวกับจำนวนของผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงที่มีรายงานการเพิ่มขึ้นในหลายประเทศ แต่ก็เป็นเรื่องน่ายินดีที่มีจำนวนผู้ป่วยลดลงในบางประเทศ อย่างไรก็ดีไวรัสดังกล่าวยังคงเพิ่มขึ้นที่อื่น และมี 6 ประเทศที่รายงานพบการติดเชื้อครั้งแรกเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

