รัฐบาลญี่ปุ่นชี้ ภัยคุกคามความมั่นคงพุ่ง หวังเพิ่มงบกลาโหมอีกเท่าตัว

รัฐบาลญี่ปุ่นชี้ ภัยคุกคามความมั่นคงพุ่ง หวังเพิ่มงบกลาโหมอีกเท่าตัว

รัฐบาลญี่ปุ่นเผยแพร่รายงานนำเสนอข้อมูล (white paper) ด้านกลาโหมประจำปี เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมาระบุว่า ภัยคุกคามที่มีต่อความมั่นคงของชาตินั้นกำลังเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ หนึ่งในนั้นมีสาเหตุมาจากสงครามของรัสเซียในยูเครน, ท่าทีของจีนที่แข็งกร้าวกับไต้หวัน  รวมไปถึง ห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่เปราะบาง

รายงานดังกล่าวเป็นการนำเสนอข้อมูลความห่วงกังวลของรัฐบาลญี่ปุ่นก่อนหน้าที่จะมีการเตรียมร่างงบประมาณด้านกลาโหมในเดือนสิงหาคมนี้ และเป็นการเผยแพร่ข้อมูลเพื่อสร้างแรงสนับสนุนจากสาธารณชนกับการที่รัฐบาลจะเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมให้สูงขึ้นแบบไม่เคยมีมาก่อน โดยพรรครัฐบาลตั้งเป้าที่จะเพิ่มงบกลาโหมขึ้นถึง 2 เท่าในช่วง 10 ปีข้างหน้า

นอกจากนี้ยังเตรียมที่จะตั้งเวทีหารือเพื่อทบทวนด้านความมั่นคงของประเทศในสิ้นปีนี้ที่คาดว่าจะมีการเรียกร้องให้ญี่ปุ่นลงทุนด้านขีปนาวุธพิสัยไกล เพิ่มความสามารถด้านอวกาศและไซเบอร์ รวมไปถึงการควบคุมการเข้าถึงเทคโนโลยีให้เข้มงวดมากขึ้น

รายงานดังกล่าวกล่าวถึงรัสเซียที่นำกำลังรุกรานยูเครนว่าเป็นการละเมิดกฎหมายนานาชาติที่ร้ายแรง และทำให้ความห่วงกังวลในการใช้กำลังแก้ปัญหาความขัดแย้งเพิ่มสูงขึ้นโดยเฉพาะกับไต้หวัน ดินแดนที่จีนอ้างสิทธิอธิปไตยโดยยืนยันว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีนมาโดยตลอด

Advertisement

นอกจากรัสเซีย และจีน แล้ว นายฟุมิโอะ คิชิดะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นยังมองว่าเกาหลีเหนือก็เป็นภัยคุกคามหลักกับญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน ขณะที่รัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่น ระบุเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาว่า ญี่ปุ่นนั้นอยู่ในแนวหน้าที่โอบล้อมไปด้วยชาติผู้ครอบครองนิวเคลียร์

ทั้งนี้รัฐบาลญี่ปุ่นนำโดยนายคิชิดะ นั้นตั้งเป้าที่จะเพิ่มงบด้านกลาโหมของประเทศให้สูงขึ้นอีกเท่าตัวไปอยู่ที่ราว 2 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี และดูจะมีความเป็นไปได้มากขึ้นเมื่อพรรครัฐบาลคว้าเก้าอี้ในสภาสูงได้เพิ่มในการเลือกตั้งเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image