กลุ่มสิทธิมนุษยชนยื่นคำร้องจับ ‘อดีต ปธน.ราชปักษะ’ ในสิงคโปร์
ทนายความจากโครงการความจริงและความยุติธรรมระหว่างประเทศ (ไอทีเจพี) ซึ่งเป็นเอ็นจีโอด้านสิทธิมนุษยชนในแอฟริกาใต้ ได้ยื่นคำร้องต่ออัยการสูงสุดของสิงคโปร์ เพื่อขอให้มีการจับกุมนายโคฐาภยะ ราชปักษะ อดีตประธานาธิบดีศรีลังกา โดยระบุว่าเขามีบทบาทในการก่ออาชญากรรมสงครามระหว่างเกิดสงครามกลางเมืองในศรีลังกา ที่จบลงไปตั้งแต่ปี 2552
ในเอกสารร้องเรียนที่ยาว 63 หน้า ไอทีเจพีระบุว่านายราชปักษะได้ละเมิดอนุสัญญาเจนีวาอย่างร้ายแรงในช่วงสงครามกลางเมืองเมื่อปี 2552 ขณะที่เขาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหม ซึ่งการกระทำของเขาถือเป็นอาชญากรรมที่ต้องถูกดำเนินคดีในสิงคโปร์ ภายใต้ขอบเขตอำนาจศาลสากล
ไอทีเจพีระบุว่า การล่มสลายทางเศรษฐกิจเป็นเหตุให้รัฐบาลศรีลังกาล่มสลาย อย่างไรก็ดีวิกฤติในศรีลังกาเชื่อมโยงกับการไม่ต้องรับโทษในเชิงโครงสร้างสำหรับอาชญากรรมร้ายแรงระดับสากลที่ย้อนกลับไปเมื่อหลายสิบปีก่อน โดยการยื่นร้องเรียนในครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องเพียงแค่การทุจริตหรือการจัดการทางเศรษฐกิจที่ผิดพลาด แต่ยังรวมถึงการที่เขาต้องรับผิดชอบต่ออาชญากรรมอันโหดร้ายที่เกิดขึ้นด้วย
ตามการประเมินขององค์การสหประชาชาติ สงครามกลางเมืองในศรีลังกาได้คร่าชีวิตผู้คนไปถึง 100,000 คน แต่เชื่อว่าจำนวนผู้เสียชีวิตที่แท้จริงจะสูงกว่านั้นมาก โดยคณะผู้เชี่ยวชาญของสหประชาชาติระบุว่าชาวทมิฬซึ่งถือเป็นชนกลุ่มน้อยในศรีลังกาถูกสังหารในเดือนสุดท้ายของการต่อสู้เพียงเดือนเดียวอย่างน้อย 40,000 คน
หลังอดีตประธานาธิบดีราชปักษะหลบหนีออกจากศรีลังกามาอยู่ที่สิงคโปร์ สมาชิกรัฐสภาศรีลังกาได้ลงมติเลือกนายรานิล วิกรมสิงเห ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีศรีลังกาคนใหม่ ซึ่งจะดำรงตำแหน่งไปจนถึงปลายปี 2567 ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มผู้ประท้วงที่เห็นว่าเขาเป็นพวกเดียวกันกับตระกูลราชปักษะ
ขณะที่สถานการณ์วุ่นวายทางการเมืองภายในศรีลังกาได้ส่งผลกระทบต่อความพยายามในการแสวงหาความช่วยเหลือจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) อย่างไรก็ดีเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมานายวิกรมสิงเหระบุว่า การเจรจาให้บรรลุข้อตกลงกับไอเอ็มเอฟใกล้ได้ข้อยุติแล้ว ขณะที่ผู้บริหารไอเอ็มเอฟกล่าวว่า ไอเอ็มเอฟคาดหวังที่จะบรรลุข้อตกลงกับศรีลังกาโดยเร็วที่สุด

