ยูเอ็นประณามเมียนมาโหดร้าย ‘มะกัน-พันธมิตร’ ชี้ไม่สนกฎหมาย-สิทธิมนุษยชน
ทั่วโลกยังคงออกมาประณามการสังหารนักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยในเมียนมาอย่างต่อเนื่อง โดยนายอันโตนิอู กุแตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประณามอย่างรุนแรงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
นายฟาร์ฮัน ฮัก รองโฆษกยูเอ็น กล่าวในถ้อยแถลงว่า เลขาธิการคัดค้านโทษประหารชีวิตในทุกกรณี และประณามการกระทำที่โหดร้ายของรัฐบาลทหารเมียนมา พร้อมกับย้ำคำร้องให้มีการปล่อยตัวนักโทษที่ถูกควบคุมตัวไว้ทันที รวมถึงนายวิน มินต์ ประธานาธิบดี และนางออง ซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐ
ด้านนางมิเชล บาเชเลต์ ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ระบุผ่านถ้อยแถลงว่า รู้สึกผิดหวังที่แม้จะมีการอุทธรณ์จากทั่วโลก แต่ทหารเมียนมาก็ยังประหารชีวิตคนเหล่านี้โดยไม่คำนึงถึงสิทธิมนุษยชน การดำเนินการตามขั้นตอนที่โหดร้ายและถดถอยนี้ เป็นการขยายการปราบปรามอย่างต่อเนื่องของกองทัพต่อประชาชนของตนเอง
“การประหารชีวิตเป็นการละเมิดสิทธิในการมีชีวิต เสรีภาพ และความมั่นคงของบุคคลอย่างโหดร้าย และยังไม่มีการรับประกันว่าการพิจารณาคดีมีขึ้นอย่างเป็นธรรม” บาเชเลต์กล่าว พร้อมกับเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวนักโทษการเมืองทั้งหมดทันที และคืนสถานะการยกเว้นการใช้โทษประหารเพื่อนำไปสู่การยกเลิกโทษดังกล่าวในที่สุด
ขณะที่สหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แคนาดา ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ นอร์เวย์ และอังกฤษ ได้ออกถ้อยแถลงร่วมกัน โดยประณามการประหารชีวิตว่าเป็นการกระทำอันโหดร้ายรุนแรงที่น่าตำหนิ และจะยิ่งทำให้เห็นตัวอย่างเพิ่มเติมของการไม่คำนึงถึงสิทธิมนุษยชนและหลักนิติธรรมของรัฐบาลทหารเมียนมา
ครอบครัวของนักเคลื่อนไหวเมียนมาที่ถูกประหารชีวิตออกมากล่าวหาการประหารชีวิตที่เกิดขึ้นว่าไม่ต่างจากการฆ่าและซ่อนศพ เพราะไม่มีการบอกกล่าวกับครอบครัวของพวกเขาแม้แต่น้อย ถือเป็นการไม่ให้เกียรติทั้งต่อชาวเมียนมาและต่อประชาคมระหว่างประเทศ โดยหนึ่งในครอบครัวของผู้เสียชีวิตเพิ่งจะเข้าไปเยี่ยมพวกเขาเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา แต่ก็ไม่ได้รับแจ้งเช่นกันว่านี่จะเป็นการพบกันครั้งสุดท้าย

