ชูธงพรึบท้าสายฝน ชาวพม่า-ไทยโต้ปม ‘สั่งประหาร 4 ผู้นำ ปชต.’ หน้าสถานทูตเมียนมา
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 26 กรกฎาคม ที่หน้าสถานทูตเมียนมา ถนนสาทรเหนือ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มผู้ชุมนุมชาวเมียนมาที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย และประชาชนไทยจำนวนหนึ่ง รวมตัวเพื่อตอบโต้การสั่งประหารชีวิต 4 ผู้นำที่เคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนในเมียนมา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศโดยทั่วไป มีผู้ชุมนุมยืนเรียงรายริมทางเดินฟุตปาธเลียบถนนสาทรเหนือ และมีรั้วเหล็กกั้น เนื่องจากมีผู้คนจำนวนมากรวมตัวกันจนล้นทางเดินเท้า รวมถึงมีผู้ชุมนุมบางส่วนยืนอยู่บริเวณทางเดินสะพานลอยเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีเซนต์หลุยส์
ทั้งนี้ กลุ่มผู้ชุมนุมได้ถือธงชาติเมียนมาหลายขนาด โบกสะบัดไปมา และผูกผ้าคาดศีรษะหรือหมวกสีแดงเขียนข้อความที่ต่างกันออกไป อาทิ NLD ซึ่งคือพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย ที่นำโดยออง ซาน ซูจี, รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (NUG) และข้อความภาษาพม่าอื่นๆ เป็นต้น ไปจนถึงถือธงของพรรคและรูปออง ซาน ซูจี โดยมีแกนนำกล่าวคำประท้วงผ่านโทรโข่ง ก่อนร่วมร้องเพลงเป็นภาษาเมียนมา พร้อมชู 3 นิ้ว โดยขณะที่ผู้ชุมนุมร้องเพลง บางส่วนร่วมตะโกนถ้อยคำภาษาอังกฤษ ผสมกับภาษาเมียนมา เน้นย้ำคำว่า Democracy หรือประชาธิปไตย หลายครั้ง


ต่อมามีฝนตกลงมาอย่างหนัก แต่กลุ่มผู้ชุมนุมยังคงปักหลักอยู่ที่เดิม โดยบางส่วนมีการกางร่มและบางส่วนยืนตากฝนและดำเนินกิจกรรมต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กิจกรรมในวันนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา สื่อทางการเมียนมารายงานว่า ทางการเมียนมาได้ประหารชีวิตนักเคลื่อนไหว 4 ราย ได้แก่ นายจ่อ มิน ยู หรือจิมมี นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย อายุ 53 ปี, นายเพียว เซยา ธอ วัย 41 ซึ่งเป็นอดีต ส.ส.พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) และนายฮลา เมียว อ่อง
โดยสำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์ รายงานว่า ประชาคมโลกพากันประณามรัฐบาลทหารเมียนมาจากการลงมือประหารชีวิต 4 นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย ที่ถูกกล่าวหาดำเนินคดีภายใต้กฎหมายต่อต้านการก่อการร้ายและประมวลกฎหมายอาญาของเมียนมา จากการถูกกล่าวหาว่ามีส่วนช่วยเหลือการก่อการร้ายในประเทศ และนายอ่อง ธูรา ซอ ซึ่งทั้งหมดถูกกล่าวหาว่ามีส่วนช่วยเหลือกลุ่มติดอาวุธที่เคลื่อนไหวต่อสู้กับกองทัพเมียนมาหลังเกิดเหตุรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564

ทั้งนี้ กลุ่มผู้ชุมนุมยังได้เผยแพร่แถลงการณ์ “ประณามการประหารชีวิตประชาชนโดยรัฐบาลเผด็จการมิน อ่อง หล่าย” โดยมีเนื้อหาความว่า
เรียน ตัวแทนจากสถานทูตพม่าในไทย หรือเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง
ตามที่สื่อหลายสำนักรายงานเมื่อช่วงเช้าวันที่ 25 กรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมาว่า กองทัพพม่าได้ทำการประหารชีวิตนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย จำนวน 4 คน รวมถึง จ่อ มิน ยู แกนนำคนสำคัญ และ เพียว เซยา ตอ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) โดยทั้ง 4 คนถูกตัดสินว่ากระทำความผิดฐานก่อการร้ายภายใต้การพิจารณาคดีแบบปีดลับ
ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (UDHR) และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ซึ่งเป็นตราสารหลักด้านสิทธิมนุษยชนของนานาชาติ ได้รับรองสิทธิในชีวิตในฐานะสิทธิสูงสุดที่ไม่สามารถถูกพรากไปได้โดยอำเภอใจ รวมถึงไม่อนุญาตให้ลิดรอนได้ แม้แต่ในสถานการณ์ความขัดแย้งทางอาวุธและเหตุฉุกเฉินสาธารณะอื่นๆ ที่คุกคามความอยู่รอดของชาติ (CCPR General comment No. 36, para 2.)
การใช้โทษประหารชีวิตถือเป็นการพรากสิทธิในชีวิต จึงควรงดเว้นหรือยกเลิกไป และไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม โทษดังกล่าวไม่ควรถูกนำมาใช้เป็นบทลงโทษกับการกระทำความผิดทางอาญาที่เป็นการละเมิด ICCPR โดยเฉพาะความผิดที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกทางการเมือง รวมถึงการจัดตั้งกลุ่มต่อต้านการเมือง (CCPR General comment No. 36, para 36.)
พวกเราในฐานะเพื่อนประชาชน จึงขอประณามการประหารชีวิตทั้งสิ้นที่เข้าข่ายการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง และมีข้อเรียกร้องเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ในอนาคต ดังนี้
- กองทัพพม่า ต้องคืนอำนาจให้ประชาชนตามวิถีทางประชาธิปไตยและยุติบทบาทการควบคุมอำนาจโดยเร็ว
- ประชาคมอาเชียนต้องยืนหยัดและมีมาตรการอย่างเฉียบขาดชัดเจน ให้กองทัพพม่าเคารพในฉันทามติอาเซียน 5 ข้อ เร่งรัดให้มีการยุติความรุนแรงและฟื้นฟูประชาธิปไตยคืนสู่พม่าโดยเร็ว
- รัฐบาลไทยต้องแสดงท่าทีที่ชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยกับการปราบปรามประชาชนที่เห็นต่างของกองทัพพม่า รวมถึงการใช้โทษประหารชีวิตกับประชาชนที่ห็นต่างจากกองทัพ และควรมีบทบาทร่วมกับประชาคมอาเชียนในการฟื้นฟูประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนในพม่า
- กลไกของสหประชาชาติและประชาคมระหว่างประเทศ ควรมีบทบาทมากขึ้นในการพยายามยุติความรุนแรงในพม่า และสนับสนุนการฟื้นฟูประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนในพม่า
จึงขอเรียนมาให้ทราบ ณ ที่นี้
กลุ่มแรงงานพม่าในไทย



