เมื่อ นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ได้ลาออกจากตำแหน่งผู้นำพรรคอนุรักษนิยมเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมานี้ แต่เขายังทำหน้าที่รักษาการนายกรัฐมนตรีไปจนถึงช่วงเดือนตุลาคม พ.ศ.2565 จนกว่าจะหาผู้นำคนใหม่ที่จะมาดำรงตำแหน่งผู้นำพรรคแทนได้ ซึ่งก็จะควบกับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกตำแหน่งหนึ่ง
ในฐานะที่พรรคอนุรักษนิยมมีเสียงข้างมากในรัฐสภาอังกฤษคือมีอยู่ 357 คน จากจำนวนสมาชิกรัฐสภาทั้งหมด 650 คน จึงมีสิทธิที่จะได้สืบทอดตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไปได้โดยไม่จำเป็นต้องจัดการเลือกตั้งทั่วไปโดยอัตโนมัติ เพราะการเลือกตั้งทั่วไปแต่ละครั้งนั้นมีกำหนดเวลาทุก 5 ปี ดังนั้น การเลือกตั้งทั่วไปครั้งต่อไปจึงมีกำหนดอยู่ในเดือนมกราคม พ.ศ.2568 คืออีกประมาณ 2 ปีเศษนั่นเอง

สำหรับการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคอนุรักษนิยมคนใหม่ควบกับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีภายในพรรคอนุรักษนิยมมีขั้นตอนในการคัดเลือกแบบมีสมาชิกพรรคจำนวนหนึ่งเสนอตัวเพื่อเข้ารับการเลือกตั้งจาก ส.ส.ที่เป็นสมาชิกพรรคอนุรักษนิยมด้วยกันเอง โดยในการลงคะแนนรอบแรกนั้นผู้สมัครต้องได้คะแนนร้อยละ 5 ของ ส.ส.ในพรรค ซึ่งปัจจุบันนี้เท่ากับ 18 คน ส่วนในการลงคะแนนรอบสอง พวกเขาต้องได้คะแนนร้อยละ 10 หรือ ส.ส. 36 คน และในการลงคะแนนรอบต่อไป ผู้สมัครที่ได้คะแนนน้อยที่สุดจะถูกตัดออก เมื่อเหลือผู้สมัครเพียง 2 คนแล้ว สมาชิกพรรคอนุรักษนิยมทั้งหมดทั่วประเทศอังกฤษ ซึ่งมีประมาณ 180,000 คน รวมทั้ง ส.ส.ของพรรคอนุรักษนิยมทั้งหมดในรัฐสภาจะลงคะแนนเพื่อชี้ขาดผู้ชนะ ใครก็ตามที่ชนะการแข่งขันชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคอนุรักษนิยม จะได้เป็นหัวหน้าพรรคที่มี ส.ส.มากที่สุดในสภาด้วย พร้อมกับรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจากสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ต่อไป
การเลือกตั้งโดย ส.ส.สังกัดพรรคอนุรักษนิยมต่อผู้เสนอตัวสมัครเป็นผู้นำพรรคอนุรักษนิยมในเริ่มแรกมีจำนวน 8 คน ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรีของนายบอริส จอห์นสัน แทบทั้งสิ้น และจากการเลือกตั้งแบบคัดออกถึง 5 รอบ ในที่สุดก็ได้ผู้สมัครเหลืออยู่ 2 คน คือ นายริชี สุนัค อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้มีเชื้อสายอินเดียและภรรยาของเขาก็ยังถือสัญชาติอินเดียอยู่ กับ นางแมรี เอลิซาเบธ ทรูส หรือเป็นที่รู้จักในนาม “ลิซ ทรูส” ซึ่งยังดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศอยู่ในปัจจุบัน
ตลอดการเลือกตั้ง ทั้ง 5 รอบที่มี ส.ส.พรรคอนุรักษนิยมเป็นผู้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งนั้นปรากฏว่า นายริชี สุนัค อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้คะแนนมาเป็นที่หนึ่งทุกครั้งรวมทั้งการเลือกตั้งครั้งที่ 5 ด้วย ส่วนผู้ที่ได้รับเลือกตั้งมาเป็นอันดับ 2 ทั้ง 4 ครั้ง คือ นางเพนนี มอร์ดอนท์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าด้วยนโยบายทางการค้า (อดีตรัฐมนตรีกลาโหมหญิงคนแรก) แต่ถูกคัดออกในการเลือกตั้งรอบที่ 5
สำหรับ นางลิซ ทรูส นั้นเธอได้รับเลือกตั้งจาก ส.ส.ของพรรคอนุรักษนิยมมาเป็นอันดับที่ 3 มาตลอดการเลือกตั้งทั้ง 4 รอบ แต่มาในรอบที่ 5 เธอกลับได้คะแนนนำชนะ นางเพนนี มอร์ดอนท์ ไปด้วยคะแนน 113-105 ส่วน นายริชี สุนัค ได้คะแนนเลือกตั้งจาก ส.ส.พรรคอนุรักษนิยมในการเลือกตั้งรอบที่ 5 เป็นที่หนึ่งด้วยคะแนน 135 คะแนน

ครับ ! สำหรับการเลือกตั้งรอบสุดท้ายเพื่อตัดสินระหว่าง นายริชี สุนัค กับนางลิซ ทรูส ว่าใครจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปของอังกฤษซึ่งจะรู้ผลในวันที่ 5 กันยายนที่จะถึงนี้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งคือสมาชิกพรรคอนุรักษนิยมทั้งหมดทั่วประเทศอังกฤษ ซึ่งมีประมาณ 180,000 คน ไม่ใช่เพียงแต่ ส.ส.อนุรักษนิยมในรัฐสภาอังกฤษที่มีอยู่ 357 คนเท่านั้น อย่าลืมนะครับผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้งของพรรคอนุรักษนิยมมี 180,000 คน ไม่ใช่แค่ 357 คน ซึ่งสมาชิกพรรคอนุรักษนิยมส่วนใหญ่ก็คือชาวอังกฤษพื้นๆ ทั่วไป ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ชานเมืองใหญ่ๆ และอยู่ในชนบทและเมืองเล็กๆ ไม่ใช่พวกที่จบการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยอาศัยอยู่ตามเมืองใหญ่ๆ เหมือนพวก ส.ส.ของพรรคอนุรักษนิยม
บรรดาสมาชิกพรรคอนุรักษนิยมจำนวนไม่น้อยมีอคติเรื่องผิวพูดง่ายๆ คือเหยียดผิวและรู้สึกจะรับไม่ได้ที่จะเลือกผู้นำพรรคอนุรักษนิยมผู้จะเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปที่มาจากอดีตผู้คนเชื้อชาติจากอาณานิคมของจักรวรรดิอังกฤษซึ่งเป็นคนผิวสีไม่ใช่คนผิวขาวเหมือนคนอังกฤษทั่วไป
สำหรับการที่จะมีผู้นำเป็นสตรีนั้นถึงแม้สมาชิกพรรคอนุรักษนิยมจะไม่ค่อยพอใจนัก แต่ก็ยอมรับได้มากกว่าคนที่มีเชื้อสายอินเดียมากนัก เพราะอย่างน้อยประมุขของอังกฤษเองก็เป็นสตรีและอังกฤษก็เคยมีนายกรัฐมนตรีหญิงมาแล้ว 2 คน คือ นางมาร์กาเรต แทตเชอร์ และ นางเทรีซา เมย์ ดังนั้น จากโพลหยั่งเสียงหลายสำนักรวมทั้งสำนัก YouGov ได้ผลออกมาว่า นางลิซ ทรูส นำในโพลมากกว่า 2/3 ต่อ นายริชี สุนัค
ดังนั้น จึงไม่เป็นปัญหาอะไรเลยว่าในวันที่ 5 กันยายนที่จะถึงนี้ จึงสามารถฟันธงได้เลยว่านางแมรี เอลิซาเบธ ทรูส “ลิซ ทรูส” จะชนะแบบขาดลอยแน่เพราะโดยทั่วไปแล้วอคตินั้นมักรุนแรงกว่าเหตุผลเสมอ

