ไอเอ็มเอฟ ชี้ศก.โลกเติบโตเหลือ 3.2% เตือนศก.ถดถอย
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ตัดลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจในปี 2022 นี้อีกครั้ง เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคมที่ผ่านมา พร้อมกับเตือนว่าความเสี่ยงจากอัตราเงินเฟ้อ และสงครามของรัสเซียในยูเครนอาจจะส่งผลให้เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอยได้
ไอเอ็มเอฟ เผยแพร่รายงานภาพรวมเศรษฐกิจโลก (World Economic Outlook :WEO) ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจลงเหลือ 3.2% จากเดิมที่คาดการณ์เอาไว้เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาที่ 3.6% โดยแนวโน้มดังกล่าวเป็นผลจากสงครามของรัสเซียในยูเครน และการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจจีน
นอกจากนี้ไอเอ็มเอฟ ยังปรับลดการเติบโตของเศรษฐกิจในปี 2023 ลงเหลือ 2.9% ลดลงจากเดือนเมษายนที่คาดการณ์เอาไว้ที่ 3.6% ด้วย เหตุผลเพราะชาติต่างๆจะใช้มาตรการทางการเงินที่เข้มงวดมากยิ่งขึ้นเพื่อแก้ปัญหาภาวะเงินเฟ้อ
ไอเอ็มเอฟ ระบุว่า การคาดการณ์ล่าสุดนั้นมีความไม่แน่นอนสูงขณะที่การปรับลดคาดการณ์ลงนั้นเป็นผลจากความเสี่ยงจากสงครามในยูเครนที่ผลักให้ราคาพลังงานและราคาอาหารพุ่งสูงขึ้น และจะกระตุ้นอัตราเงินเฟ้อที่จะส่งผลในระยะยาว และนำไปสู่การออกมาตรการทางการเงินที่เข้มงวดตามมา
นอกจากนี้ยังคาดการณ์ด้วยว่าหากรัสเซียตัดการส่งก๊าซไปยังยุโรปอย่างสิ้นเชิงภายในปีนี้ และหากการส่งออกน้ำมันของรัสเซียลดลง 30% จะส่งผลให้การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปีนี้ชะลอตัวลงอีกลดลงเหลือเพียง 2.6% ในปีนี้ และจะลดลงเหลือ 2% ในปี 2023 โดยการเติบโตในยุโรป และสหรัฐอเมริกาในปีหน้านั้นแทบจะเป็นศูนย์
ไอเอ็มเอฟ คาดการณ์ด้วยว่าอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยในเศรษฐกิจชั้นนำจะพุ่งขึ้นเป็น 6.6% เพิ่มขึ้นจากคาดการณ์เดิมเมื่อเดือนเมษายนที่ 5.7% ขณะที่ภาวะเงินเฟ้อเฉลี่ยในประเทศตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนาคาดว่าจะพุ่งสูงถึง 9.5%ในปีนี้ เพิ่มขึ้นจากคาดการณ์เดิมเมื่อเดือนเมษายนที่ 8.7%
ทั้งนี้การเติบโตของเศรษฐกิจโลกนั้นเคยโตต่ำกว่า 2% มาเพียง 5 ครั้งในประวัติศาสตร์นับตั้งแต่ศตวรรษที่ 70 นั้นคือในปี 1973, 1981, 1982, 2009 และครั้งล่าสุดคือการแพร่ระบาดของโควิด-19 เมื่อปี 2020 ที่ผ่านมา

