หน้าแรก ต่างประเทศ ชาวแคนซัสลงปร...

ชาวแคนซัสลงประชามติ คงกม.ทำแท้ง แม้ศาลสูงสหรัฐ คว่ำคำตัดสินกรณี Roe v. Wade

3.08.22 | 15:04 น.

ชาวแคนซัสลงประชามติ คง กม.ทำแท้ง แม้ศาลสูงสหรัฐ คว่ำคำตัดสินกรณี Roe v. Wade

ประชาชนชาวแคนซัสลงคะแนนเสียงคัดค้านความพยายามในการตัดสิทธิการทำแท้งออกจากธรรมนูญของรัฐแคนซัส ในการทำประชามติเมื่อวันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา นับเป็นชัยชนะของกลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิการทำแท้ง ในการทำประชามติ “ครั้งแรก” หลังจากที่ศาลสูงสุดสหรัฐพิพากษาคว่ำคำตัดสินในคดี “โรกับเวด” (Roe v. Wade) ซึ่งริดรอนสิทธิการทำแท้งของชาวอเมริกันลงไป

ความล้มเหลวที่จะแก้ไขกฎหมายในแคนซัสซึ่งเป็นรัฐอนุรักษ์นิยม จุดประกายความหวังให้กับพรรคเดโมแครต ที่คาดว่าการลงคะแนนในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มคะแนนเสียงให้แก่พรรคที่กำลังกังวลกับปัญหาอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ในการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐอเมริกาในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้

ด้านประธาณาธิบดีโจ ไบเดนได้ออกมาแสดงความยินดีร่วมกับพรรคเดโมแครตที่ประสบความสำเร็จในการรณรงค์แคมเปญ “Vote No” ไม่เอาการตัดสิทธิทำแท้งในแคนซัส และกล่าวว่าผลคะแนนนี้แสดงให้เห็นว่าเสียงส่วนใหญ่ในสหรัฐเห็นด้วยที่สตรีจะมีสิทธิในร่างกายและการทำแท้ง และสามารถตัดสินใจเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพของตนเองได้

แม้ว่านักวิเคราะห์ทางการเมืองจะคาดการณ์ว่าเสียงส่วนใหญ่น่าจะลงคะแนนผ่านการแก้ไขกฎหมายตัดสิทธิทำแท้ง เนื่องจากสถิติการออกมาใช้สิทธิของฝ่ายรีพับลิกันในการเลือกตั้งขั้นต้นของรัฐที่มีมากกว่าฝ่ายอื่นๆ แต่การทำประชามติเมื่อวันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมากลับพลิกโผนักวิเคราะห์ โดยผลการทำประชามติปรากฏว่าผู้ลงคะแนนส่วนใหญ่ที่ต้องการรักษาสิทธิการทำแท้งมีมากถึง 59% ส่วนคะแนนโหวตให้ปัดตกการทำแท้งอยู่ที่ 41%

ผลจากการลงคะแนนเสียงครั้งนี้ส่งผลให้สภานิติบัญญัติซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารของฝ่ายรีพับลิกันแก้กฎหมายตัดสิทธิการทำแท้งในรัฐแคนซัส และจะทำให้แคนซัสเป็นจุดหมายสำหรับผู้ที่ต้องการยุติการตั้งครรภ์ ทั้งจากแท็กซัส มิสซูรี โอกลาโฮมา และรัฐอื่นๆ ในสหรัฐดังที่ผู้แทนของคลินิกทำแท้ง the Trust Women ในวิชิตาซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในแคนซัสกล่าวว่า 60% ของผู้ที่เข้ารับบริการยุติการตั้งครรภ์เดินทางมาจากรัฐอื่น

Advertisement

ทั้งนี้ การทำประชามติดังกล่าวเป็นที่จับตาจากทั่วประเทศ และยังมีการระดมทุนได้เป็นจำนวนมหาศาล อ้างอิงจากรายงานทางการเงินของการทำประชามติ กลุ่มที่ต้องการแก้ไขกฎหมายทำแท้งสามารถระดมทุนได้ถึง 4.7 ล้านเหรียญสหรัฐในปีนี้โดย 2 ใน 3 มาจากสังฆมณฑลคาทอลิกในภูมิภาค ในขณะที่กลุ่มสนับสนุนกฎหมายทำแท้งสามารถระดมทุนได้ถึง 6.5 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งในจำนวนนั้น กว่า 1 ล้านเหรียญสหรัฐหลั่งไหลมาจากกลุ่มองค์กรไม่หวังผลกำไรด้านการวางแผนครอบครัว