หน้าแรก ต่างประเทศ ไทเปจวกจีน ซ้...

ไทเปจวกจีน ซ้อมบุกโจมตีไต้หวัน ปักกิ่งกร้าว! ประกาศระงับความร่วมมือทางทหาร-ภาวะโลกร้อนกับสหรัฐ

6.08.22 | 12:17 น.
เรือของกองทัพไต้หวันที่มองเห็นได้จากเรือนาวีของกองบัญชาการภาคตะวันออกของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน(พีแอลเอ) ในระหว่างการซ้อมรบของกองทัพจีนในช่องแคบไต้หวัน เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม (รอยเตอร์)

ไทเปจวกจีน ซ้อมบุกโจมตีไต้หวัน ปักกิ่งกร้าว! ประกาศระงับความร่วมมือทางทหาร-ภาวะโลกร้อนกับสหรัฐ

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานสถานการณ์ความตึงเครียดในช่องแคบไต้หวันล่าสุดเมื่อวันที่ 6 สิงหาคมว่า ขณะที่จีนยังคงดำเนินการซ้อมรบครั้งใหญ่ที่สุดของจีนเท่าที่เคยมีมาในช่องแคบไต้หวันต่อไป เพื่อตอบโต้การมาเยือนไต้หวันของนางแแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐอเมริกาเมื่อเร็วๆ นี้ที่สร้างความเดือดดาลให้กับจีน ฝ่ายไต้หวันก็ได้กล่าวหากองทัพจีนว่ากำลังจำลองการบุกโจมตีบนเกาะใหญ่ของไต้หวัน

โดยกระทรวงกลาโหมไต้หวันแถลงว่า ในช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ ได้สังเกตเห็นเครื่องบินและกองเรือจีนหลายลำปฏิบัติการอยู่ในช่องแคบไต้หวัน โดยส่วนหนึ่งได้ข้ามเส้นแบ่งเขตในช่องแคบไต้หวันเข้ามาด้วย โดยเชื่อว่าเป็นการจำลองการโจมตีบนเกาะหลักของไต้หวัน ทั้งนี้กองทัพไต้หวันยังส่งสัญญาณเตือนและใช้หน่วยลาดตระเวนทางอากาศ เรือรบและขีปนาวุธจากชายฝั่งเพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว

ขณะที่คืนที่ผ่านมากองทัพจีนยังได้เผยแพร่คลิปวิดีโอที่่นักบินของกองทัพอากาศจีนถ่ายพื้นที่แนวชายฝั่งและแนวภูเขาของไต้หวันจากห้องนักบินเอาไว้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่ากองทัพจีนเข้าประชิดชายฝั่งของไต้หวันมากแค่ไหน

ด้านสถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีของจีนรายงานว่าขีปนาวุธหลายลูกของจีนถูกยิงข้ามไต้หวันในระหว่างการซ้อมรบของจีน ซึ่งถือเป็นการขยายวงความรุนแรงครั้งใหญ่หากความเคลื่อนไหวดังกล่าวได้รับการยืนยัน ซึ่งยังไม่สามารถหยุดการท้าทายจีนของไต้หวันได้ ที่ยืนยันว่าไต้หวันไม่กลัว”เพื่อนบ้านที่ชั่วช้า”

ขณะที่วันศุกร์(5 ส.ค.)ที่ผ่านมา จีนยังตอบโต้สหรัฐเพิ่มจากการมาเยือนไต้หวันของเพโลซีด้วยการประกาศระงับการเจรจาและความร่วมมือในข้อตกลงสำคัญกับสหรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศด้วย

Advertisement

การประกาศถอนตัวจากความร่วมมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศของจีน ได้สร้างความวิตกกังวลให้กับโลกมากขึ้นในการต่อสู้กับปัญหาของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ขณะที่นายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการสหประชาชาติ ออกมาเตือนสองชาติมหาอำนาจโลกว่าจะต้องทำงานร่วมกันเพื่อประโยชน์ของโลก