เห็นคนบางคนตื่นเต้นตกใจเรื่องที่สาธารณรัฐประชาชนจีนออกมาเล่นใหญ่ในการที่ นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรแห่งสหรัฐอเมริกามาแวะเยือนไต้หวันประมาณ 20 ชั่วโมง โดยเดินทางมาถึงไต้หวันตอนกลางดึกวันที่ 2 สิงหาคม และในวันที่ 3 สิงหาคม ก็ได้เดินทางไปรัฐสภาไต้หวัน และเข้าพบกับประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ที่ทำเนียบประธานาธิบดี พร้อมประกาศว่า สหรัฐอเมริกายังยึดมั่นในคำสัญญาที่จะช่วยป้องกันไต้หวัน
หลังจากที่นางแนนซี เพโลซี เดินทางออกจากไต้หวันแล้ว ทางสาธารณรัฐประชาชนจีนก็ตอบโต้ด้วยการประกาศจัดการซ้อมรบด้วยกระสุนจริงระยะไกลบริเวณ 6 จุดรอบเกาะไต้หวัน เริ่มตั้งแต่เวลาเที่ยงตรงวันที่ 4 สิงหาคมไปจนถึงเที่ยงวันของวันที่ 7 สิงหาคม จุดซ้อมรบที่ใกล้เกาะไต้หวันที่สุด อยู่ห่างจากชายฝั่งไต้หวันเพียง 20 กิโลเมตรเท่านั้น และเป็นครั้งแรกที่มีการยิงขีปนาวุธตงเฟิงข้ามเกาะไต้หวันไปตกสู่ทะเลบริเวณทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และตะวันตกเฉียงใต้ของชายฝั่งเกาะไต้หวัน โดยทางสาธารณรัฐประชาชนจีนได้ประกาศเตือนสายการบินที่ดำเนินการในเอเชียให้หลีกเลี่ยงเส้นทางบินรอบๆ ไต้หวัน ระหว่าง
วันที่ 4-7 สิงหาคมนี้ และการซ้อมรบบริเวณรอบๆ เกาะไต้หวันครั้งนี้ ทำให้เรือพาณิชย์ต้องเปลี่ยนเส้นทางการเดินเรือกันวุ่นวาย เพื่อหลีกเลี่ยงบริเวณซ้อมรบบนเส้นทางทางทะเลที่มีการสัญจรมากที่สุดในโลก
ครับ ! ดูไม่สมราคากับคำขู่ฟ่อๆ ของรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน มิหนำซ้ำจีนยังถูกกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลกที่เรียกว่ากลุ่มจี 7 ประกอบด้วย ประเทศคานาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา รุมโจมตีด้วยการออกแถลงการณ์ร่วมว่า สาธารณรัฐประชาชนจีนไม่มีความชอบธรรมที่จะใช้การเดินทางเยือนไต้หวันของนางเพโลซี เป็นเหตุผลในการใช้กำลังทางทหารเชิงคุกคามในช่องแคบไต้หวัน เพราะเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่นักการเมืองจากนานาประเทศจะเดินทางเยือนประเทศต่างๆ ได้
ความจริงการซ้อมรบ 4 วันนี้จัดเป็นเรื่องกระจ้อยร่อยมาก เมื่อเทียบกับเหตุการณ์การรบกันจริงๆ ระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีนกับไต้หวันในเรื่องยุทธการที่เกาะจินเหมิน พ.ศ.2492 และวิกฤตที่ช่องแคบไต้หวันอีก 2 ครั้ง (พ.ศ.2497 และ พ.ศ.2501)

จากการที่ประเทศจีนเกิดสงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อยาวนานระหว่างฝ่ายพรรคก๊กมินตั๋งกับฝ่ายพรรคคอมมิวนิสต์จีน จนกระทั่งฝ่ายพรรคก๊กมินตั๋งที่มีเจียงไคเช็คตระหนักว่าจะสู้ไม่ไหวเป็นแน่แท้ เมื่อต้นปี พ.ศ.2492 จึงเริ่มสั่งให้มีการโยกย้ายกองทัพ และส่วนงานที่สำคัญไปเกาะไต้หวันโดยด่วน แต่ก็ยังทิ้งไพร่พลบนแผ่นดินใหญ่เอาไว้รบซื้อเวลาต่ออีกร่วม 8 เดือนเศษๆ เพื่อสร้างแนวป้องกันเกาะไต้หวันแบบว่าหนีไปอยู่เกาะที่อยู่ห่างจากแผ่นดินใหญ่ถึง 160 กิโลเมตร จะได้ป้องกันตัวเองได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะมีทะเลกั้นอยู่นั่นเอง โดยแนวป้องกันด่านแรกของฝ่ายก๊กมินตั๋ง คือ เกาะจินเหมินที่อยู่ใกล้ชายฝั่งของมณฑลฝูเจี้ยนเพียง 6 กิโลเมตรเอง พรรคก๊กมินตั๋งมีทหารมากถึง 2 กองพลอยู่บนเกาะจินเหมินนี้ พร้อมรถถัง ทุ่นระเบิด และปืนใหญ่โดยพร้อมมูล
เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2492 นั้นเอง ประธานเหมา เจ๋อตง ได้สถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนขึ้นหลังจากได้รับชัยชนะเหนือพรรคก๊กมินตั๋งบนแผ่นดินจีนแล้ว ทางพรรคคอมมิวนิสต์จีนวางแผนจะเคลื่อนพลราว 2 หมื่นคน ของกองพลที่ 29 จากฝูเจี้ยนเข้าตีเกาะจินเหมินด่านแรกของไต้หวันในปีนั้นเอง แต่ทางกองทัพของพรรคคอมมิวนิสต์จีนนั้นขาดแคลนเรือรบ หรือเรือลำเลียงพล และไม่มีความสามารถในการขนอาวุธหนักข้ามช่องแคบไปบนเกาะดังกล่าว จึงระดมพลราว 1 กองพลใช้เรือประมงเป็นพาหนะบุกเข้ายึดหัวหาดบนเกาะจินเหมินด้านที่ใกล้กับแผ่นดินใหญ่ ตรงบริเวณชายหาดของหมู่บ้านหลงโข่ว โดยเริ่มปฏิบัติการในช่วงตีหนึ่งของวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ.2492 แต่การยกพลขึ้นบกที่หลงโข่วนั้นถูกกระแสน้ำซัดให้กระจัดกระจาย ทำให้กำลังทหารกว่าครึ่งต้องไปขึ้นบกที่กู่หนิงโต่ว ห่างจากหลงโข่วไปทางตะวันตกราวๆ 3 กิโลเมตร พอขึ้นบกที่กู่หนิงโข่ว ก็ต้องเจอกับระเบิดที่ชายหาดพอระเบิดดังขึ้น กองทัพก๊กมินตั๋งที่มียานพาหนะก็กรูกันเข้าไปที่ชายหาดระดมยิงกองทัพคอมมิวนิสต์ที่ยังขึ้นบกไม่หมด เรือลำเลียงจำนวนมากถูกทำลายก่อนขึ้นเทียบหัวหาด ส่วนที่หลงโข่วกับหาดหูเหว่ยนั้น กองทัพปลดปล่อยประชาชนก็เจอชะตากรรมเดียวกับที่กู่หนิงโข่ว คือนอกจากจะถูกระดมยิงอย่างหนักแล้ว กองทัพก๊กมินตั๋งยังมีรถถังอยู่หลายคันบนเกาะ กับปืนใหญ่หนักหลายกระบอก ที่ยิงถล่มเรือลำเลียงและแพบรรทุกทหารของฝ่ายพรรคคอมมิวนิสต์ได้อีก ผลก็คือกองทัพคอมมิวนิสต์ 1 กองพลที่บุกขึ้นเกาะก็โดนทำลายจนหมด ฝ่ายคอมมิวนิสต์ส่งทหารอีก 3 กองพันที่เป็นหน่วยเสริมจากแผ่นดินใหญ่ก็พยายามบุกขึ้นเกาะอีกรอบ แต่ถูกโจมตีอย่างหนัก เรือลำเลียงพลของพวกเขาถูกปืนใหญ่และเครื่องบินของก๊กมินตั๋งทำลายอย่างสิ้นเชิง สุดท้ายเช้าวันที่ 27 ตุลาคม 1949 กองทหารคอมมิวนิสต์ที่เหลืออยู่ไม่กี่ร้อยคนก็ยอมวางอาวุธจำนนต่อฝ่ายก๊กมินตั๋ง ยุทธการที่เกาะจินเหมินจึงยุติลง
ต่อมาก็เกิดวิกฤตที่ช่องแคบไต้หวันอีก 2 ครั้ง (พ.ศ.2497 และ พ.ศ.2501) โดยครั้งแรกมีการรบกันระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีนกับไต้หวัน เป็นเวลาถึง 7 เดือน 4 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 3 กันยายน พ.ศ.2497 ถึงวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ.2498 เรียกว่ารบกันข้ามปีกันเลย โดยทางสาธารณรัฐประชาชนจีนระดมยิงปืนใหญ่เข้าใส่หมู่เกาะจินเหมิน และหมู่เกาะหมาจู่ และยกกำลังทหารยึดเกาะเล็กๆ จากฝ่ายไต้หวันไปได้ 2 เกาะ และทางฝ่ายไต้หวันนั้นทหารเสียชีวิตไป 519 คน และที่ปรึกษาชาวอเมริกันที่มาช่วยไต้หวันตาย 2 คน ส่วนทางสาธารณรัฐประชาชนจีนเสียทหารไป 393 คน เมื่อมีการหยุดยิง
ส่วนวิกฤตที่ช่องแคบไต้หวันครั้งที่ 2 ครั้งเกิดขึ้น พ.ศ.2501 จัดว่าเป็นสงครามใหญ่ครบเครื่องทั้งกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และทั้งสหรัฐอเมริกา และสหภาพโซเวียตเข้าแทรกแซง โดยเปิดเผยสาเหตุของวิกฤตช่องแคบไต้หวันครั้งที่ 2 นี้ก็เหมือนกับครั้งแรกที่สาธารณรัฐประชาชนจีนพยายามช่วงชิงเอาเกาะเล็กๆ ในหมู่เกาะจินเหมินอีก แต่ครั้งนี้ไม่สำเร็จ การปะทะกันครั้งนี้กินเวลา 3 เดือน 1 สัปดาห์ 2 วัน (23 สิงหาคมถึง 2 ธันวาคม พ.ศ.2501) สำหรับความเสียหายทั้งสองฝ่ายรวมกัน คือ ทหารตายร่วมพันคน เรือรบจมไปหลายลำ และเครื่องบินเจ็ทตกไปร่วม 40 เครื่อง และจบลงด้วยการหยุดยิงเหมือนเดิม
ที่เล่ามาทั้งหมดนี้เพียงเพื่อจะบอกว่าการซ้อมรบด้วยกระสุนจริงนั้น เพียง 4 วันนั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรนัก เท่านั้นเอง
โกวิท วงศ์สุรวัฒน์

