อวสาน ‘Little Thai’ ในสิงคโปร์ ดีล 1.7 หมื่นล้าน เปลี่ยนโฉม Golden Mile Complex ให้ผู้เช่าย้ายออกก่อนพ.ค.65
เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม เว็บไซต์ Mothership รายงานว่า ผู้เช่าในห้าง โกลเด้น ไมล์ คอมเพล็กซ์ จะต้องย้ายออกจากตึก ก่อนที่อาคารจะถูกส่งต่อไปยังนักพัฒนาในเดือนพฤษภาคม 2566 หลังจากกระบวนการ en bloc (โครงการอาคารชุดเก่า ที่เจ้าของ 80% ต้องการขาย นักพัฒนาที่ดินหรือส่วนราชการ จะซื้อตึกมาทุบทิ้งเพื่อขึ้นโครงการใหม่ โดยผู้อาศัยเดิมจะได้รับเงินชดเชย ) สำเร็จ
Edmund Tie & Company ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ที่จัดการการขาย ได้ออกมาประกาศเมื่อ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา ว่าได้รับคำสั่งขายจาก Strata Titles สำหรับการขายแบบอันบล็อกของ โกลเด้น ไมล์ คอมเพล็กซ์ โดยได้รับคำสั่งมาวันที่ 3 สิงหาคม ซึ่งต่อจากนี้กระบวนการจะดำเนินต่อไป คาดว่าการขายจะเสร็จสิ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้

สำหรับ โกลเด้น ไมล์ เป็นอาคารพาณิชย์ และที่อยู่อาศัย ริเริ่มโครงการเมื่อปี 2510 โดยอาคารได้ก่อสร้างเสร็จเมื่อปี 2516 เป็นอาคาร 16 ชั้น สูงประมาณ 89 เมตร มีร้านค้า 411 ร้าน และที่จอดรถ 500 คัน ชั้นล่างเป็นห้างสรรพสินค้า และสำนักงาน ด้านบนเป็นอพาร์ตเมนต์ โดยทางการประกาศให้เป็นตึกอนุรักษ์ในเดือนตุลาคมปีที่แล้ว
โดยเป็นแหล่งชุมชนของคนไทยในสิงคโปร์มากว่า 50 ปี มีร้านอาหาร ร้านขายของ ร้านอาหารต่างๆ แบบคนไทย เช่น ร้านขายของชำ ร้านอาหารไทย อยู่ไม่น้อย ทำให้ได้รับการขนานนามว่า “ลิตเติ้ล ไทยแลนด์” ซึ่งการพัฒนาอาคารใหม่ที่จะเกิดขึ้นนี้ ทำให้ผู้เช่าหลายคน รู้สึกเสียใจ
ตันชัย เจ้าของร้านอาหารไทย วัย 53 ปี ที่เปิดร้านอาหารที่นี่มากว่า 10 ปี ได้บอกกับ Shin Min Daily News ว่าได้ร้านใหม่ ใกล้กับสถานีเอ็มอาร์ที ลาเวนเดอร์ แล้ว โดยหวังว่า โลเกชั่นใหม่ที่ใกล้กับ โกลเด้น ไมล์ คอมเพล็กซ์ จะสะดวกสำหรับลูกค้าประจำ

ขณะที่ เต้ เจ้าของร้านอีกรายวัย 63 บอกว่า เธอมีแผนที่จะปิดร้าน และรีไทร์ หลังขายตึกนี้ โดยเปิดร้านที่นี่มากว่า 30 ปีแล้ว
“แน่นอน มันเป็นเรื่องยาก ที่จะหาสถานที่แบบนี้ในสิงคโปร์ ฉันเรียนภาษาไทยที่นี่ด้วยซ้ำ แต่เมื่อคิดหลายๆอย่างแล้ว รวมถึงวัยของฉันด้วย ก็ถึงเวลาที่ต้องเกษียณ”
บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จึงต้องคงสภาพส่วนหน้าและโครงสร้างของตึกไว้
อย่างไรก็ตาม นาย เดสมอนด์ ลี รัฐมนตรีด้านการพัฒนาแห่งชาติ ได้กล่าวว่า ตึก โกลเด้น ไมล์ คอมเพล็กซ์ ถือเป็นตัวอย่างในการแสดงออกถึงความเฉลียวฉลาด และการคิดไปข้างหน้าของสถาปนิก วิศวกร และผู้สร้างอาคารในรุ่นบุกเบิกของสิงคโปร์
ทั้งนี้ เมื่อ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา แชนแนล นิวส์ เอเชีย ได้รายงานว่า ตึกที่โด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งของสิงคโปร์ เตรียมขายแบบ en bloc มูลค่ากว่า 700 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 17,962,910,000 ล้านบาท หลังจากเจ้าของ 80% ตัดสินใจขาย โดยได้ขายให้กับกลุ่มบริษัท Perennial Holdings, Sino Land และ Far East Organization โดยมี Edmund Tie เป็นตัวแทน

