หน้าแรก ต่างประเทศ วงถกโลกร้อนลุ...

วงถกโลกร้อนลุ้น ‘คลินตัน’ คว่ำ ‘ทรัมป์’ เลือกตั้งปธน.สหรัฐ ต่ออายุความตกลงปารีส

7.11.16 | 18:10 น.
AFP PHOTO / LIONEL BONAVENTURE

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า การประชุมต่อเนื่องของการประชุมสมัยประชุมที่ 22 ของภาคีสมาชิก (คอป22) ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก ของสหประชาชาติ เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายนในย่านบับ อิกห์ลี ที่นครมาร์ราเกช ประเทศโมร็อกโก และจะดำเนินไปต่อเนื่องเป็นเวลา 12 วัน โดยมีคณะเจรจา 15,000 คน รวมทั้งผู้บริหารกิจการธุรกิจและนักเคลื่อนไหวจาก 196 ประเทศเข้าร่วม เป้าหมายเพื่อทำความตกลงกันในรายละเอียดของการดำเนินการตามข้อตกลงลดโลกร้อนจากการประชุมคอป21 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งชาติสมาชิกตกลงกันที่จะจำกัดการปรับเพิ่มอุณหภูมิของโลกให้อยู่ในระดับไม่ถึง 2.0 องศาเซลเซียส หรือให้อยู่ในระดับเพียง 1.5 องศาเซลเซียสหากเป็นไปได้

เป้าหมายของที่ประชุมมาร์ราเกชก็คือการทำความตกลงกันในรายละเอียดที่ยังคลุมเครือหลายประเด็นให้มีความชัดเจนในทางปฏิบัติ รวมทั้งประเด็นเรื่องวิธีการวัดและติดตามสภาวะการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของชาติสมาชิก, วิธีการในการจัดการเบิกจ่ายเงินทุนสนับสนุนเพื่อช่วยเหลือประเทศต่างๆให้ดำเนินการตามความตกลงซึ่งมีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ให้เป็นที่พอใจทั้งผู้ที่สมทบทุนเงินก้อนดังกล่าวและผู้ที่รับการสนับสนุนจากเงินก้อนดังกล่าว, การกำหนดหมวดหมู่เพื่อการจ่ายเงินชดเชยให้กับประเทศยากจนที่ได้รับผลกระทบร้ายแรงจากภาวะโลกร้อน อาทิพายุรุนแรง ภาวะแล้งจัดและน้ำท่วมที่เกิดจากภาวะโลกร้อน เป็นต้น

นายมานูเอล พัลการ์-วิดาล อดีตรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมเปรูซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งหัวหน้าส่วนรับผิดชอบด้านภูมิอากาศและพลังงานขององค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล ระบุว่า การประชุมครั้งนี้จะเป็นการกำหนดแนวทางเชิงปฏิบัติสำหรับการต่อสู้กับภาวะโลกร้อนในอนาคต และยอมรับว่า ที่ประชุมทั้งหมดในตอนนี้ทุ่มความสนใจไปที่การเลือกตั้งประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐอเมริกาที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 พฤศจิกายนนี้เป็นพิเศษ

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐอเมริกากล่าวเตือนในการให้สัมภาษณ์รายการโทรทัศน์ในสหรัฐก่อนหน้าการประชุมนี้ว่า เดิมพันในเชิงภาวะโลกร้อนในการเลือกตั้งสหรัฐนั้นมีอยู่สูงมาก ทุกๆอย่างที่ทำมาทั้งหมดรวมถึงความตกลงประวัติศาสตร์ที่กรุงปารีส ซึ่งใช้เวลาในการดำเนินการกว่าจะบรรลุผลนานหลายสิบปีสามารถล้มเหลวลงโดยสิ้นเชิงหากนางฮิลลารี คลินตัน ตัวแทนจากเดโมแครต ไม่ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง ในขณะที่บรรดาผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายในที่ประชุมมาร์ราเกช ยอมรับว่าชัยชนะของ โดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนพรรครีพับลิกัน ที่ขู่ว่าจะเลิกล้มความตกลงปารีสของสหรัฐอาจทำให้ข้อตกลงปารีสกลายเป็นข้อตกลงพิการไม่สามารถดำเนินการได้จริงได้ในทันที

ขณะที่ที่ประชุมมาร์ราเกชชี้ว่า พัฒนาการในทางบวกยังคงมีให้เห็นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่มีความตกลงกรุงปารีส โดยเฉพาะการที่ตัวเลขล่าสุดแสดงให้เห็นว่า การลงทุนในพลังงานสะอาดที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ มีมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 300,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2558 สูงกว่ามูลค่าการลงทุนในพลังงานฟอสซิลในช่วงเวลาเดียวกัน และการติดตั้งพลังงานทางเลือกเหล่านี้เมื่อรวมกันแล้วมีค่าศักยภาพของพลังงานมากกว่าการติดตั้งโรงงานผลิตพลังงานจากถ่านหินซึ่งลดลงอย่างฮวบฮาบเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์อีกด้วย

Advertisement