
รัสเซียรัวขีปนาวุธ 8 ลูก ถล่มคาร์คีฟ ดับพลเรือนยูเครน 4 ศพ เจ็บ 20
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า รัสเซียยังระดมถล่มโจมตีเป้าหมายในยูเครนต่อเนื่อง ล่าสุดมีรายงานว่าในช่วงเช้ามืดของวันที่ 18 สิงหาคมตามเวลาท้องถิ่น รัสเซียได้ยิงขีปนาวุธถล่มแคว้นคาร์คีฟ ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของยูเครน ซึ่งเป็นผลให้มีพลเรือนเสียชีวิต 4 ราย และทำให้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายสิบคน เหตุโจมตีล่าสุดมีขึ้นหลังจากวันก่อนหน้ารัสเซียได้โจมตีเมืองคาร์คีฟ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 7 รายด้วย

นายโอเลก ซีเนกูบอฟ ผู้ว่าการแคว้นคาร์คีฟ กล่าวอ้างว่า กองกำลังรัสเซียได้ยิงขีปนาวุธ 8 ลูกจากเขตแดนของรัสเซียเข้ามาเมื่อเวลา 04.30 น.ตามเวลาท้องถิ่น ถล่มเขตพื้นที่ทางตะวันตกและทางตอนเหนือของคาร์คีฟ
โดยในเขตสโลบิดสกี ขีปนาวุธลูกหนึ่งที่ถูกยิงมาลงหอพักสูง 4 ชั้น ส่งผลให้ส่วนหนึ่งของอาคารถูกทำลาย เบื้องต้นมีรายงานผู้เสียชีวิตในพื้นที่ดังกล่าว 2 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 18 ราย ที่มีเด็กรวมอยู่ด้วย 2 ราย

ผู้สื่อข่าวของเอเอฟพีที่อยู่ในพื้นที่เกิดเหตุรายงานว่า ซากปรักหักพังของอาคารที่มีเปลวไฟเผาไหม้ยังคงคุกรุ่นอยู่ และยังเห็นซากรถยนต์หลายคันที่จอดอยู่ใกล้เคียงกลายเป็นเศษซากจากการถูกโจมตี
นอกจากนี้ ขีปนาวุธที่กองทัพรัสเซียยิงโจมตีเข้ามายังไปลงที่เมืองคราสโนกราด ห่างจากเมืองคาร์คีฟไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 100 กม. ทำลายล้างอาคารที่พักอาศัยหลายหลังพังพินาศ ซึ่งยังส่งผลให้มีพลเรือนเสียชีวิต 2 ราย และได้รับบาดเจ็บ 2 ราย รวมถึงเด็กวัย 12 ขวบ

คาร์คีฟ ในแคว้นคาร์คีฟ เป็นเมืองใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของยูเครน ได้ตกเป็นเป้าโจมตีของกองกำลังรัสเซียมาอย่างต่อเนื่องนับจากรัสเซียเปิดฉากสงครามรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่รัสเซียเรียกขานว่า “ปฏิบัติการพิเศษทางทหาร” แต่กองกำลังรัสเซียถูกกองกำลังยูเครนตอบโต้ผลักดันจนถอยร่นออกไป โดยกองกำลังรัสเซียได้ยิงถล่มโจมตีเขตชุมชนในพื้นที่ตอนเหนือของคาร์คีฟเป็นส่วนใหญ่นับแต่นั้น โดยอ้างว่ายูเครนเก็บอาวุธยุทโธปกรณ์ไว้ใกล้กับโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน ที่ทำให้ต้องโจมตี ซึ่งเป็นข้อกล่าวอ้างที่ยูเครนปฏิเสธ
