
ยูเครนสั่ง ‘เตรียมพร้อมทุกสถานการณ์’ หลังโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ถูกกระหน่ำยิง
ยูเครนประกาศให้ผู้คน “เตรียมพร้อมทุกสถานการณ์” ในระหว่างการซ้อมรับมือวิกฤตนิวเคลียร์เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ในบริเวณใกล้เคียงกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาปอริซเซีย ในเมืองซาปอริซเซีย ที่ตกอยู่ภายใต้การยึดครองของกองกำลังรัสเซีย ซึ่งถูกยิงถล่มโจมตีเมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคมนี้ โดยรัสเซียและยูเครนต่างกล่าวโทษกันไปมาว่าเป็นฝีมือการโจมตีของอีกฝ่าย

ในการซ้อมรับมือ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ของยูเครนที่ห่างจากโรงไฟฟ้าซาปอริซเซียไปราว 50 กิโลเมตรครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินที่สวมหน้ากากกันก๊าซพิษและชุดป้องกันอันตราย ได้มีการซักซ้อมการอพยพผู้บาดเจ็บและการชำระล้างสารพิษออกจากยานพาหนะ
นายเดอนิส โมนาสเตอร์สกี รัฐมนตรีกระทรวงกิจการภายในของยูเครน ที่เข้าชมการซ้อมดังกล่าว กล่าวว่าไม่มีใครคาดคิดได้ว่ากองทัพรัสเซียจะอาจหาญรัวปืนใส่เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ มันเป็นอะไรที่เหลือเชื่ออย่างยิ่ง และได้ย้ำให้ผู้คนเตรียมรับมือกับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น ตราบใดที่โรงไฟฟ้าแห่งนี้ยังตกอยู่ใต้การยึดครองของรัสเซีย “ความเสี่ยงหลักก็ยังปรากฏอยู่”

การซักซ้อมครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากการโจมตีโรงไฟฟ้าซาปอริซเซีย ซึ่งเป็นโรงผลิตพลังงานนิวเคลียร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป ได้สร้างความหวาดหวั่นให้กับคนทั่วโลกว่าอาจจะเป็นการจุดหายนะด้านนิวเคลียร์ในยุโรปขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่เคยปรากฏมาแล้วในเหตุการณ์ระเบิดที่โรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลในยูเครนที่ในขณะนั้นเป็นดินแดนสหภาพโซเวียตเมื่อปี 1986
ทั้งนี้ รัสเซียและยูเครนไม่มีใครออกมายอมรับว่าเป็นฝีมือของตนและต่างโบ้ยความผิดให้กัน โดยยูเครนกล่าวหาว่ารัสเซียยิงปืนใส่โรงไฟฟ้าเพื่อที่จะโยนความผิดมาให้ยูเครน นายเปโตร โคติน หัวหน้าสำนักงานนิวเคลียร์ “อีเนอร์โกตอม” ของยูเครน ได้ออกมาบอกว่ามีทหารรัสเซียราว 500 นาย และรถหุ้มเกราะอีก 50 คัน ประจำการอยู่ที่โรงไฟฟ้าซาปอริซเซีย ในขณะที่ฝ่ายรัสเซียได้ออกมาปฏิเสธคำอ้างดังกล่าวและบอกว่ายูเครนคือผู้ก่อเหตุครั้งนี้
