คอลัมน์ไฮไลต์โลก: เมียนมาระทมข้าวยากหมากแพง!

25.08.22 | 06:10 น.
ชาวบ้านต่อแถวเพื่อซื้อน้ำมันพืชราคาถูก ในเมืองย่างกุ้งของเมียนมา เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม (เอเอฟพี)

คอลัมน์ไฮไลต์โลก: เมียนมาระทมข้าวยากหมากแพง!

เมียนมา ก็เหมือนกับหลายประเทศ ที่ประชาชนรากหญ้าตกอยู่ในความทุกข์ยากแสนสาหัสในการยังชีพ จากการเผชิญภาวะข้าวยากหมากแพง ซึ่งมีสาเหตุมาจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศกระหน่ำมาพร้อมๆ กัน

วิกฤตความขัดแย้งที่นำไปสู่เหตุความไม่สงบนองเลือดและสงครามกลางเมืองที่ยังคุกรุ่น หลังเกิดเหตุรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลพลเรือนเมื่อปีก่อน ตลอดจนการเข้าควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและใช้กฎระเบียบเข้มงวดในการคุมภาคธุรกิจและการส่งออกของรัฐบาลทหาร เป็นปัจจัยฉุดลากเศรษฐกิจเมียนมาให้ตกต่ำ ท่ามกลางราคาสินค้าอุปโภคบริโภคและพลังงานในตลาดโลกต่างพาเหรดกันขึ้นราคา ผลจากสงครามยูเครน ส่งผลให้ประชาชนตาดำๆ ต้องหาทางดิ้นรนต่อสู้ เพื่อให้อยู่รอดจากวิกฤตเศรษฐกิจพ่นพิษ ซึ่งการอุดหนุนหรือการยื่นมือช่วยเหลือขององค์กรการกุศลต่างๆ เป็นที่พึ่งพิงหนึ่งของผู้คนที่เดือดร้อนเหล่านี้

ชาวเมียนมาเข้าแถวรับอาหารที่มีผู้นำแจกจ่ายช่วยเหลือ ในเมืองย่างกุ้ง (เอเอฟพี)

ขิ่น ขิ่น ตาน แม่บ้าน วัย 55 ปี ในย่างกุ้ง ที่ถือขวดพลาสติกต่อแถวรอซื้อน้ำมันปรุงอาหารในราคาถูกกว่า ซึ่งสมาคมท้องถิ่นจัดหาให้ บอกว่า ราคาน้ำมันราว 1.6 กิโลกรัม ที่ขายกันในตลาดได้ทะยานขึ้นไปถึง 9,000 จ๊าด (ราว 155 บาท) จากเดิมอยู่ที่ประมาณ 5,000 จ๊าด (ราว 86 บาท) ถ้าครอบครัวไหนมีคนทำงานหาเงินเพียงแค่คนเดียว ครอบครัวนั้นก็คงมีเงินเหลือไม่มากพอสำหรับที่จะมาหาซื้ออาหาร

ขณะที่ในรายงานของธนาคารโลกเผยแพร่เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ระบุว่า เศรษฐกิจเมียนมาเผชิญกับภาวะดิสรัปชั่นทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอก ซึ่งขัดขวางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเมียนมา โดยราว 40% ของประชากรในเมียนมายังดำรงชีวิตอยู่ต่ำกว่าเส้นแบ่งความยากจนของประเทศ นอกจากนี้เมียนมายังเผชิญอัตราเงินเฟ้อด้านราคาผู้บริโภคสูงถึง 17.3% ในเดือนมีนาคมปีนี้ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่แล้ว

ราคาข้าวสารในตลาดเมียนมายังพุ่งขึ้นเป็นเงาตามตัวตามต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมันที่พุ่งทะยาน และผลกระทบจากการสู้รบระหว่างกองทัพเมียนมากับกองกำลังติดอาวุธต่อต้านรัฐบาลทหาร ที่ดันราคาข้าวให้แพงขึ้นด้วย

Advertisement
เอเอฟพี

โกลบอลนิวไลต์ออฟเมียนมา กระบอกเสียงรัฐบาลทหาร รายงานภาวะตลาดแทบทุกวัน ที่ทำให้เห็นราคาข้าวสาร ไข่ไก่ พืชผัก พากันตบเท้าขึ้น เช่นเดียวกับค่าเดินทางและค่าเช่าต่างๆ

สัปดาห์ที่ผ่านมา น้ำมันดีเซลในเมียนมายังปรับขึ้นมาอยู่ที่ลิตรละ 2,440 จ๊าด (ราว 42 บาท) เมื่อเทียบกับหนึ่งวันก่อนหน้าที่กองทัพเมียนมาจะทำรัฐประหาร คนในย่างกุ้งยังจ่ายค่าน้ำมันตกอยู่ที่ลิตรละ 695 จ๊าด (ราว 11.89 บาท)เท่านั้น

ตอนนี้ชาวเมียนมาจำนวนมากต้องขอรับความช่วยเหลือจากผู้บริจาคหรือองค์กรการกุศลต่างๆ เพื่อการประทังชีพ

อาชิน อัตตามาสิริ บอกว่า ที่วัดของเขาได้แจกคูปองอาหารให้กับชาวบ้านวันละ 500 คนทุกวัน ซึ่งพระสงฆ์จะนำข้าวสารอาหารแห้งที่ได้รับบิณฑบาตรมา มาปรุงเป็นอาหารแจกจ่ายให้กับผู้คนที่เดือดร้อน บางวันมีชาวบ้านมาขอรับอาหารมากกว่า 600 คน แต่ถ้าอาหารที่เตรียมไว้มีไม่พอ ก็จะให้ขนมและผลไม้แทน

นั่นเป็นสิ่งที่พวกเขาพอมีกำลังจะช่วยเหลือผู้คนที่เดือดร้อนได้ในขณะเผชิญความยากลำบากอยู่ในเวลานี้