Project Dragonfly และยุทธการแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน
ย้อนไปเมื่อปลายเดือนมีนาคม ปันเซโล (Pencilo) นักเขียนและแอ๊กทิวิสต์การเมืองพม่าที่มีผู้ติดตามเฉพาะในเฟซบุ๊กถึง 1.7 ล้านคน ออกมากล่าวถึงโครงการระดมทุนที่ใช้ชื่อว่า “Project Dragonfly” ปันเซโลกล่าวว่า ที่ผ่านมากองทัพพม่าใช้วิธีการโจมตีทางอากาศ โดยใช้เครื่องบินรบทิ้งระเบิดในพื้นที่ที่สงสัยว่ามีฝ่ายกองกำลังประชาชนซ่อนตัวอยู่ และเผาทำลายหมู่บ้านที่ให้การช่วยเหลือกองกำลังฝ่ายตรงข้ามกับตน จนทำให้มีผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก เธอจึงร่วมกับแอ๊กทิวิสต์คนอื่นๆ และรัฐบาลคู่ขนาน NUG เพื่อระดมทุนจัดซื้อยุทธภัณฑ์เพื่อต่อสู้กับการโจมตีทางอากาศ
เวลาผ่านไปหลายเดือน เฟซบุ๊กทางการของ NUG ออกมาแถลงว่ากำลังจัดซื้อยุทธภัณฑ์ประเภทหนึ่งที่จะช่วยให้กองกำลัง PDF สามารถรับมือกับการโจมตีทางอากาศของกองทัพพม่าได้ดียิ่งขึ้น ในแถลงการณ์ไม่ได้กล่าวว่าอุปกรณ์ที่ว่านั้นคืออะไร แต่ก็มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นอุปกรณ์ทางการทหารประเภทโดรน ที่จะช่วยลดความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับกองกำลัง PDF จากการโจมตีทางอากาศได้
เมื่อการโจมตีทางพื้นดินไม่เป็นผล และสร้างความสูญเสียอย่างรุนแรงให้กองทัพพม่า การโจมตีทางอากาศ หรือการใช้เครื่องบินทิ้งระเบิด โจมตีฐานที่มั่นของ PDF ในวงกว้าง จึงเป็นวิธีที่กองทัพพม่านำมาใช้มากขึ้น และเราก็จะเห็นข่าวที่เครื่องบินของกองทัพพม่า “ตีวง” เข้ามาในเขตของไทยบ่อยขึ้น อีกทั้งกองทัพพม่ายังรู้ดีว่าฝั่ง PDF ขาดอาวุธและเครื่องมือที่จะป้องกันการโจมตีทางอากาศ และเป็นสาเหตุให้กองกำลัง PDF หลายกองร้อยได้รับความเสียหายอย่างหนัก
เมื่อสัปดาห์ก่อน ผู้เขียนกล่าวถึงแหล่งเงินทุนของรัฐบาล NUG และกองกำลัง PDF ว่ามีมาจากหลายแห่ง แต่ส่วนใหญ่มาจากการระดมทุน เช่น การขายพันธบัตร สลากกินแบ่ง หรือการขอรับบริจาคจากประชาชนที่ต่อต้านรัฐประหาร คำถามที่เกิดขึ้น เงินจำนวนหลายล้านเหรียญนี้ถูกนำไปใช้ในส่วนใด และกองกำลัง PDF ที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ได้รับเงินจากรัฐบาล NUG อย่างเท่าเทียมหรือไม่ กองกำลัง PDF หลายกลุ่มมีปฏิบัติโจมตีกองทัพพม่ามาตั้งแต่เดือนกันยายน 2021 ด้วยทรัพยากรที่จำกัด แม้แกนนำ NUG กล่าวว่ามีผู้บริจาคอาวุธให้ แต่อาวุธเหล่านั้นก็ไม่เคยส่งไปถึงกองกำลัง PDF ส่วนใหญ่ เป็นเหตุให้ PDF บางกลุ่ม เช่น PDF จากย่างกุ้ง ต้องออกมาโพสต์ตัดพ้อรัฐบาล NUG และเขียนจดหมายเปิดผนึกไปถึงอู ยี มุน (U Yee Mon) รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมของ NUG เพื่อเรียกร้องให้ NUG ส่งอาวุธให้ PDF ที่ด่านหน้าตามที่เคยให้สัญญาไว้
แม้จะมีทรัพยากรที่จำกัด แต่กองกำลัง PDF ก็สามารถยึดพื้นที่ส่วนใหญ่ในเมียนมาภาคเหนือ และเขตเทือกเขาติดชายแดนไทย-พม่าไว้ได้ แต่ด้วย PDF ส่วนใหญ่มีอาวุธและกำลังพลจำกัดมาก PDF จึงต้องใช้ยุทธวิธีแบบกองโจร และทำได้เพียงป้องกันตนเองไปวันๆ เท่านั้น ในยุทธศาสตร์ของ PDF ที่ออกแบบมาเพื่อเผด็จศึกและมีชัยชนะเหนือกองทัพพม่าอย่างเบ็ดเสร็จ ขั้นตอนแรกเรียกว่าการป้องกันทางยุทธศาสตร์ (strategic defence) หรือเป็นขั้นที่หนึ่ง (จากทฤษฎีการปฏิวัติสามขั้นของเหมา เจ๋อตุง) กองกำลังเหล่านี้ผลิตอาวุธขึ้นมาใช้เอง และใช้ซุ่มโจมตีรวมทั้งลอบสังหารคนในกองทัพ และประสบความสำเร็จพอสมควร
แต่แน่นอนว่าเมื่อไม่มีอาวุธจะให้สู้ต่อ อาจเกิดปัญหาขึ้นในระยะยาว จากการรายงานของ Frontier Myanmar ปัญหาอีกประการหนึ่งคือ PDF ได้รับเงินบริจาคน้อยลงมากเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งรัฐบาล NUG มีการระดมทุนเพื่อหาเงินมาต่อสู้กับกองทัพพม่าที่หลากหลาย และเป็นช่วงที่ประชาชนพม่ามีความตื่นตัวทางการเมืองอย่างสุดขีดหลังเกิดรัฐประหารขึ้นใหม่ๆ แต่ในปัจจุบัน ภายใต้เงื่อนไขที่ว่าข้าราชการหลายคนยังหยุดงานประท้วง และไม่มีรายได้มาจุนเจือครอบครัว อีกทั้งประชาชนในพม่ายังเจอสภาวะเศรษฐกิจซบเซาพัดกระหน่ำ ทำให้ประชาชนไม่สามารถเจียดเงินจำนวนมากมาช่วยสนับสนุนกิจกรรมของ NUG/PDF ได้เหมือนเดิม คณะรัฐประหารยังใช้วิธีแบนบัญชีธนาคารของคนที่สงสัยว่าโอนเงินให้การสนับสนุนฝ่ายต่อต้านตนด้วย ไม่ต้องพูดถึงประชาชนหลายคนที่ถูกจับกุมด้วยข้อหาช่วยเหลือ “ผู้ก่อการร้าย” ก่อนหน้านี้ การบริจาคเงินให้ NUG/PDF เป็นเรื่องง่าย เพราะพม่าก็มีระบบการโอนเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ ที่เรียกว่าระบบ KPay หรือ WavePay หรือการโอนเงินผ่านผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือทุกเจ้า โดยก่อนหน้านี้ไม่มีการตรวจสอบเส้นทางการเงินของประชาชนทั่วไป แต่เมื่อเงินบริจาคที่ไปถึงขบวนการต่อต้านคณะรัฐประหารมีมากขึ้น จึงทำให้กองทัพต้องปรับตัวและสั่งให้ทุกธนาคารเก็บข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลการโอนเงินของผู้ใช้บริการโมบายแบงกิ้ง
เมื่อสถานการณ์ภายในประเทศไม่ค่อยดี และมีการปิดกั้นท่อน้ำเลี้ยง ทำให้ประชาชนในประเทศบริจาคเงินให้ฝ่ายต่อต้านรัฐประหารได้น้อยลงมาก NUG/PDF ก็ต้องพึ่งพาผู้บริจาคจากภายนอกประเทศ คือคนพม่าที่ไปทำงานต่างประเทศ เกิดแอพพลิเคชั่นเพื่อระดมขึ้นในนาม Click2Donate ที่มีต้นกำเนิดจากคนพม่าที่อาศัยและทำงานในสิงคโปร์ แต่กิจกรรมระดมทุนในลักษณะนี้ก็มีข้อจำกัด เพราะฝ่ายต่อต้านก็คาดหวังว่าจะต้องต่อสู้กับกองทัพพม่าต่อไปอีกหลายปี และเมื่อเงินที่ได้รับบริจาคมีน้อยลงเรื่อยๆ เว้นช่วงที่มีการประหารชีวิตนักโทษการเมือง 4 คนในเดือนกรกฎาคม ที่ฝ่ายต่อต้านรัฐประหารได้รับเงินบริจาคเพิ่มขึ้น แต่ก็เป็นเพียงช่วงสั้นๆ และในที่สุดก็จะเกิดความเหนื่อยล้าในที่สุด
วิธีการที่กองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ใช้เพื่อต่อต้านกองทัพพม่ามาได้ตลอดหลายสิบปีคือการระดมทุนด้วยตัวเอง โดยไม่พึ่งตัวกลาง ผู้นำกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์หลายกลุ่มกลายเป็น “ขุนศึก” (warlords) ที่ควบคุมธุรกิจผิดกฎหมาย ตลาดมืด หรือบางรายเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายยาเสพติดรายใหญ่ ธุรกิจเหล่านี้เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้กองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์สามารถต่อสู้กับกองทัพพม่ามาอย่างยาวนาน และตราบใดที่ไม่มีผู้แพ้ผู้ชนะ สงครามในลักษณะนี้ก็ยังมีอยู่ต่อไป และในปัจจุบันมีตัวแสดงใหม่อย่าง NUG/PDF เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ความแตกต่างระหว่าง PDF กับกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ คือ PDF เป็นกลุ่มที่เรียกว่า “Urban Forces” หรือกองกำลังที่เติบโตจากในเมือง มีที่มาจากชนชั้นกลางหรือคนรุ่นใหม่ๆ ที่หนีออกมาต่อต้านกองทัพพม่าในพื้นที่รอบนอก
โจทย์ของ PDF ต่อจากนี้คือจะระดมทุนเพื่อต่อสู้อย่างต่อเนื่องได้อย่างไร เพราะสงครามครั้งนี้คงไม่จบลงง่ายๆ และผู้ชนะจะเป็นผู้ที่บริหารจัดการทรัพยากรของตัวเองได้ดีที่สุด

