‘หนีร้อน พึ่งเย็น’ ชาวจีนแห่กินหม่าล่าในถ้ำ หลังจีนเผชิญภัยคลื่นร้อน-วิกฤตไฟฟ้า
สำนักข่าวบีบีซีรายงานเมื่อวันที่ 25 สิงหาคมว่า ประชาชนที่อาศัยอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน อาทิ นครฉงชิ่ง และมณฑลเสฉวน พยายามหลีกหนีคลื่นความร้อนและภัยแล้งครั้งเลวร้ายเป็นประวัติการณ์ด้วยวิธีที่สร้างสรรค์ อย่างการใช้บริการ “ร้านหม่าล่าในถ้ำ”
ร้านหม่าล่าในถ้ำที่เกิดจากการแปลงโฉมอุโมงค์หลบระเบิดใต้ดินนี้ มักจะเป็นที่หมายให้แก่ชาวฉงชิ่ง เพื่อที่จะรับประทานอาหารและหลีกหนีความร้อนในฤดูร้อน แต่หลังจากที่ประเทศจีนเผชิญกับคลื่นความร้อนที่ทำให้มีอุณหภูมิสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส และปัญหาฝนแล้งที่ยาวนานที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกมา จนทางการจีนต้องออกมาตรการประหยัดน้ำและไฟฟ้านั้น ร้านอาหารใต้ดินดังกล่าวก็ได้กลายเป็นที่หลบร้อน เนื่องจากภายในร้านมีอุณหภูมิเพียง 16 องศาเซลเซียส ซึ่งเย็นสบายกว่าอุณหภูมิภายนอกที่สูงถึง 42 องศาเซลเซียส
Trying to stay cool. pic.twitter.com/6y3aod4AAw
— Manya Koetse (@manyapan) August 23, 2022
นอกจากนี้แล้วชาวจีนในนครฉงชิ่ง และแถบใกล้เคียงอย่างมณฑลเสฉวนก็ได้พยายามปรับตัวกับสถานการณ์ความร้อน เนื่องจากภาครัฐได้มีการกำหนดให้ประหยัดไฟฟ้า โดยห้ามไม่ให้มีการตั้งอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศต่ำกว่า 26 องศาเซลเซียส อีกทั้งยังควบคุมภาคอุตสาหกรรมให้ชะลอการผลิตจนถึงวันที่ 25 สิงหาคม จึงสามารถพบเห็นภาพของคนฉงชิ่งที่เดินทางด้วยรถไฟใต้ดินท่ามกลางแสงสลัว ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการประหยัดพลังงาน และภาพของพนักงานออฟฟิศที่ตั้งก้อนน้ำแข็งยักษ์ท่ามกลางออฟฟิศของพวกเขาเพื่อให้ความเย็น
Due to record heatwave and low water level of Yangtze River, much of Sichuan and Chongqing in SW China which depend on hydropower has cut electricity.
What Chongqing subway looks like now pic.twitter.com/2gkxGq3ECX
— Carl Zha (@CarlZha) August 23, 2022
อย่างไรก็ดี เกษตรกรและผู้เลี้ยงปศุสัตว์ของจีนกลับได้รับผลกระทบอย่างหนักที่ยากจะรับมือได้ ดังที่มีการเผยแพร่ภาพของเจ้าของฟาร์มไก่แห่งหนึ่งในมณฑลเสฉวนที่ร้องไห้โฮหลังจากที่ไก่เลี้ยงทั้งหมดของเธอตายเพียงช่วงเวลาข้ามคืนเนื่องจากไฟฟ้าดับในวันที่อากาศร้อนจัด
อีกทั้งระดับน้ำในแม่น้ำของจีนก็ประสบปัญหาแห้งขอดซึ่งไม่ได้ส่งผลเสียต่อแหล่งน้ำในมณฑลเสฉวนเท่านั้น แต่น้ำในแม่น้ำแยงซี ซึ่งเป็นแม่น้ำสายใหญ่ที่ยาวที่สุดในเอเชียก็ลดลงอย่างมาก ส่งผลให้การผลิตไฟฟ้าจากเขื่อนสามหุบเขาที่รับน้ำมาจากแม่น้ำแยงซีลดลงและกระทบต่อเมืองหลายเมืองในจีน ซึ่งรวมถึงเขตเศรษฐกิจอย่างเซี่ยงไฮ้เช่นกัน

