ปูตินเซ็นคำสั่ง ขยายกองทัพครั้งแรกในรอบ 5 ปี เพิ่มทหารหน่วยอีก 137,000 นาย
ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซีย ได้ลงนามในคำสั่งเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม เพื่อขยายขนาดกองทัพรัสเซีย ซึ่งมีขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี โดยการเพิ่มกำลังทหารจากเดิมที่มี 1.9 ล้านนาย เป็น 2.04 ล้านนาย โดยมีขึ้นในขณะที่สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 7
การขยายขนาดกองทัพในครั้งนี้จะรวมถึงการเพิ่มกำลังทหารเพื่อการสู้รบอีก 137,000 นาย ซึ่งจะทำให้มีจำนวนรวมเป็น 1.15 ล้านนาย โดยคำสั่งนี้จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคมปีหน้า อย่างไรก็ดียังไม่มีรายงานว่านายปูตินจะใช้วิธีใดในการเพิ่มกำลังทหาร มีเพียงการสั่งให้จัดเตรียมงบประมาณที่สอดคล้องไว้เท่านั้น
การเพิ่มกำลังพลในครั้งนี้เป็นครั้งล่าสุดในรอบ 5 ปี นับตั้งแต่ปูตินปรับกองทัพครั้งก่อนเมื่อปี 2017 ที่ได้ตั้งกำลังทหารในการสู้รบไว้ที่จำนวน 1.01 ล้านนาย จากจำนวนทหารทั้งหมดซึ่งรวมถึงทหารที่ไม่ได้ออกรบกว่า 1.9 ล้านนายด้วย
ทั้งนี้ รัสเซียยังไม่เคยเปิดเผยจำนวนผู้เสียชีวิตจากสงครามการสู้รบกับยูเครน ซึ่งรัสเซียเรียกขานว่าเป็น “ปฏิบัติการพิเศษทางทหาร” ที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์นับจากสัปดาห์แรกที่มีการสู้รบ โดยทางการรัสเซียระบุเพียงว่ามีทหารเสียชีวิตจากการสู้รบ 1,351 นาย ขณะที่โลกตะวันตกคาดการณ์ว่าจำนวนผู้เสียชีวิตที่แท้จริงน่าจะมากกว่าตัวเลขที่รัสเซียระบุไว้ถึง 10 เท่า ในขณะที่ยูเครนอ้างว่าได้สังหารหรือทำให้ทหารรัสเซียบาดเจ็บอย่างน้อย 45,000 นายนับตั้งแต่ที่มีความขัดแย้งเกิดขึ้น ขณะที่ผู้บัญชาการกองทัพยูเครนได้ระบุเมื่อวันที่ 22 สิงหาคมว่ากองทัพยูเครนได้สูญเสียกำลังทหารเกือบ 9,000 นายในการสู้รบครั้งนี้

