ราคาพลังงานผู้ดีพุ่ง 80% ครัวเรือนกระเป๋าฉีก ควัก 1.5 แสนต่อปี
ราคาพลังงานในสหราชอาณาจักรจะปรับเพิ่มขึ้นถึง 80% โดยจะอยู่ที่เฉลี่ย 3,549 ปอนด์ต่อปี หรือราว 1.51 แสนบาท หรือตกเดือนละมากกว่า 1.2 หมื่นบาท ซึ่งจะมีผลตั้งแต่เดือนตุลาคมนี้เป็นต้นไป
โจนาธาน เบรียร์ลีย์ ซีอีโอของ Ofgem หน่วยงานกำกับดูแลเรื่องค่าพลังงานในอังกฤษ ระบุเมื่อวันที่ 26 สิงหาคมว่า การเพิ่มขึ้นดังกล่าวจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อครัวเรือนทั่วสหราชอาณาจักร และยังมีแนวโน้มที่จะต้องปรับเพิ่มขึ้นอีกในเดือนมกราคม หลังราคาน้ำมันแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อรัสเซียตัดการส่งพลังงานไปยังยุโรป
เดิมครัวเรือนในสหราชอาณาจักรถูกเรียกเก็บค่าพลังงานที่ 1,277 ปอนด์ในปีที่ผ่านมา ซึ่งจะขยับเป็น 3,549 ปอนด์ในปีนี้
ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าราคาพลังงานในสหราชอาณาจักรมีแนวโน้มที่จะปรับเพิ่มขึ้นอีกในปี 2566 ที่คาดว่าน่าจะใกล้แตะ 6,000 ปอนด์ ซึ่งหมายความว่าครัวเรือนต่างๆ อาจต้องจ่ายถึงเกือบ 500 ปอนด์ หรือราว 21,375 บาทต่อเดือน สำหรับค่าน้ำมันและไฟฟ้า ซึ่งสูงกว่าค่าเช่าบ้านสำหรับหลายๆ คน
ผู้บริหาร Ofgem ระบุว่า เรื่องดังกล่าวถือเป็นภาวะวิกฤตที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วนและอาศัยการตัดสินใจที่เด็ดขาด ภายใต้การแทรกแซงของรัฐบาล เพราะขณะนี้ตลาดมีความผันผวนอย่างมากเกินกว่าที่จะคาดเดาได้ โดยต้องมีการพิจารณาราคาพลังงานใหม่อีกครั้งในเดือนมกราคมปีหน้า แต่เมื่อพิจารณาจากสภาวะของตลาดก๊าซในฤดูหนาว ราคาอาจจะแย่ลงยิ่งกว่านี้อย่างมีนัยสำคัญในปี 2023

