
อิรักวุ่น ศึกมุสลิมชีอะห์งัดข้ออำนาจ ดับเกือบ 20 ศพ
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เหตุปะทะหนักที่เกิดขึ้นในเขตกรีนโซน ซึ่งเป็นที่ตั้งของหน่วยงานรัฐบาลและสถานทูตต่างชาติ ในกรุงแบกแดด ประเทศอิรัก เมื่อวันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 20 ราย นับเป็นเหตุการณ์ความรุนแรงจากการต่อสู้ทางอำนาจครั้งเลวร้ายที่สุดในเมืองหลวงของอิรักในรอบหลายปี

โดยเกิดขึ้นหลังจาก นายม็อกตาดา อัล-ซาดร์ ผู้นำกลุ่มมุสลิมชีอะห์ ของอิรัก ประกาศจะวางมือทางการเมือง เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อความล้มเหลวของกลุ่มผู้นำทางการเมืองมุสลิมชีอะห์และพรรคการเมืองต่างๆ ที่ไม่สามารถปฏิรูประบบปกครองที่ตกต่ำและเต็มไปด้วยการทุจริตได้ ส่งผลให้กลุ่มผู้สนับสนุนเขาบุกเข้าไปในที่ทำการรัฐบาล และเกิดการปะทะกับกลุ่มคู่ปรับมุสลิมชีอะห์กลุ่มอื่นๆ
การเผชิญหน้าทางการเมืองระหว่างนายอัล-ซาดร์ กับกลุ่มคู่ขัดแย้งมุสลิมชีอะห์อื่นๆ ที่ส่วนใหญ่มีอิหร่านให้การสนับสนุนอยู่ ได้ส่งผลให้อิรักเผชิญกับเหตุความรุนแรงครั้งใหม่ในขณะที่กำลังต่อสู้ในการนำประเทศฟื้นคืนจากภาวะสงครามที่เกาะกุมอิรักมาหลายทศวรรษ ท่ามกลางการเผชิญการคว่ำบาตร สงครามกลางเมืองและปัญหาคอร์รัปชั่นเรื้อรัง

โดยเหตุปะทะรุนแรงครั้งล่าสุดเป็นการเผชิญหน้ากันระหว่างกลุ่มผู้สนับสนุนนายอัล-ซาดร์ ที่มีกองกำลังติดอาวุธหนักรวมอยู่ด้วย ที่งัดข้อกับกองกำลังติดอาวุธที่มีอิหร่านสนับสนุนอยู่และกองกำลังฝ่ายความมั่นคง
ทั้งนี้ นายอัล-ซาดร์ ชนะการเลือกตั้งเมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา โดยเขาพยายามที่จะตั้งรัฐบาลที่ปลอดจากฝักฝ่ายที่มีอิหร่านให้การสนับสนุน ก่อนที่ท้ายที่สุด นายอัล-ซาดร์จะถอนตัวออกจากรัฐสภาที่เป็นการเปิดทางให้มีการประท้วงบนท้องถนน และการบุกเข้ายึดอาคารที่ทำการรัฐบาลเพื่อขัดขวางกิจกรรมทางการเมือง เหล่านี้ได้สร้างบรรยากาศตึงเครียดให้เกิดขึ้น จนนำไปสู่เหตุรุนแรงรอบใหม่ในอิรักเมื่อวันจันทร์ (29 ส.ค.) ที่ผ่านมา
