คอลัมน์แกะรอยต่างแดน : ‘เคฟ ฮอตพอต’ ที่ฉงชิ่ง หนีร้อนมากินหม้อไฟในถ้ำ
“ฉงชิ่ง” ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งใน 4 เมืองที่ร้อนที่สุดของประเทศจีน เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศที่เป็นที่ราบแอ่งกะทะ ทำให้อากาศร้อนอบอ้าว
นอกจากอากาศที่ร้อนแล้ว อาหารของเมืองฉงชิ่ง ยังได้ชื่อว่า เป็นอาหารที่เผ็ดร้อนด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะ “หม้อไฟ” ที่ขึ้นชื่ออย่างมากของเมืองฉงชิ่ง
หนึ่งในร้านหม้อไฟที่ถือว่า ขึ้นชื่อของเมืองฉงชิ่ง เคยเป็นหลุมหลบภัยการโจมตีทางอากาศ สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ถูกแปลงร่างมาเป็นร้านอาหาร ที่ถูกเรียกว่า “เคฟ ฮอตพอต” หรือ “หม้อไฟในถ้ำ”
ทั้งนี้ ฉงชิ่งเคยเป็นเมืองหลวงชั่วคราวของจีน เมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ญี่ปุ่นได้รุกรานจีน และขับไล่รัฐบาลจีนออกจากเมืองหลวงในขณะนั้น คือ “หนานจิง” ทำให้ต้องย้ายเมืองหลวงชั่วคราวมาอยู่ที่เมืองฉงชิ่ง
ฉงชิ่ง จึงกลายเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายหลักของการโจมตีในช่วงเวลาดังกล่าว
ตอนสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อได้ยินเสียงไซเรนดังขึ้น ชาวบ้านก็พากันแห่วิ่งกรูเข้าไปภายในหลุมหลบภัยที่ถูกขุดขึ้นมาบริเวณเชิงเขา เพื่อปกป้องผู้คน และเพื่อเก็บอาวุธของกองทัพ
แต่ตอนนี้ หลุมหลบภัยดังกล่าวได้กลายเป็นร้านอาหาร ที่หน้าร้านเขียนตัวอักษรจีน แปลได้ว่า “หม้อไฟ ในถ้ำ ก่อตั้งขึ้นปี ค.ศ.1989”
ที่ตั้งโต๊ะเรียงรายอยู่เป็นแนวยาว ภายในหลุมที่เหมือนกับถ้ำ และมีการวาดภาพของเครื่องบินรบสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เอาไว้บริเวณผนังด้วย
การตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำแยงซี ถือเป็นจุดที่ดีอย่างยิ่ง สำหรับการมานั่งกินอาหารกัน แม้ในยามที่อากาศร้อนสุดๆในช่วงฤดูร้อน
และขณะที่อาหารที่นิยม ก็หนีไม่พ้น “หม้อไฟ” ที่ต้มน้ำที่มีความเผ็ดร้อนเดือดๆ ใส่เนื้อ ใส่ผักลงไปตามใจชอบ หรือใครไม่ชอบเผ็ด น้ำซุปแบบไม่เผ็ด ก็มีให้บริการอยู่
หนึ่งในลูกค้าที่เข้ามารับประทานอาหารที่ร้านนี้ บอกว่า เขาชอบที่ร้านนี้อยู่ในถ้ำแบบนี้ มันทำให้เขาสามารถหลบหนีความร้อนระอุของอากาศข้างนอกได้ ข้างในนี้ อากาศเย็นอย่างมาก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการ “หนีร้อน”
การหนีอากาศร้อนๆ เข้าไปในถ้ำที่อากาศเย็นๆ เพื่อไปกินหม้อไฟร้อนๆ ก็คงเหมือนคนไทย ที่หนีอากาศร้อน ไปหาอากาศหนาว เพื่อกินหมูกระทะนั่นเอง

