พีเพิลอินโฟกัส: “บิลคิส บาโน” เหยื่อความเกลียดชังมุสลิมในสังคมอินเดีย
“ฉันหมดคำพูด และรู้สึกมึนงงกับเรื่องที่เกิดขึ้น” บิลคิส บาโน พูดด้วยนำเสียงไม่อยากเชื่อว่านักโทษจำคุกตลอดชีวิตจำนวน 11 คน ที่เคยสร้างบาดแผลทั้งทางร่างกายและจิตใจแก่เธอจากคดี “ข่มขืน-ฆาตกรรม-รวมตัวกันอย่างผิดกฎหมาย” ในเหตุจลาจลทางศาสนาในรัฐคุชราตเมื่อปี 2002 ซึ่งพรากสมาชิกครอบครัวของเธอไปร่วม 14 คน ได้รับการลดโทษและการปล่อยตัวจากเรือนจำเมืองปัญจมหัล ในรัฐคุชราตเมื่อวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา
นางบิลคิส บาโน ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงวัย 40 ปีเศษ คือ เหยื่อของการเหยียดศาสนาอิสลามในสังคมอินเดีย ที่ศาสนาฮินดูเป็นใหญ่ และผู้รอดชีวิตจากการรุมโทรมและการพยายามฆ่าในเหตุจลาจลรัฐคุชราตซึ่งมีต้นตอจากประเด็นข้างต้น
ย้อนไปเมื่อ 20 ปีก่อน วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2002 นางบาโนที่กำลังตั้งท้องและครอบครัวชาวมุสลิมอีก 16 คน ต้องหนีความรุนแรงออกจากหมู่บ้านราธิกาปูร์ รัฐคุชราต เนื่องจากการจลาจลของชาวฮินดูต่อชาวมุสลิมปะทุขึ้น หลังจากเหตุเผารถไฟที่สถานีโกทรา ซึ่งอยู่ใกล้เคียงจนมีผู้แสวงบุญชาวฮินดูเสียชีวิตหลายสิบราย ซึ่งชาวมุสลิมถูกมองว่าเป็นผู้ก่อเหตุ
โดยคณะของเธอได้เดินทางไปหลายที่เพื่อหาที่หลบภัย กระทั่งวันที่ 3 มีนาคม พวกเขาก็ถูกโจมตีโดยกลุ่มชายซึ่งเป็นคนในชุมชนที่เธอรู้จัก พวกเขาทำร้ายบาโนและครอบครัวด้วยไม้และดาบ อีกทั้งยังข่มขืนเธอ แม่ของเธอและผู้หญิงคนอื่นๆ อย่างไร้ปราณี จนมีผู้เสียชีวิตกว่า14 คน ที่รวมทั้งแม่และลูกสาวตัวน้อยของเธอ เหลือรอดเพียง 3 ชีวิต ที่หนึ่งในนั้นคือโบนาที่หมดสติจากการถูกข่มขืนและการเห็นครอบครัวตนถูกสังหาร
แน่นอนว่านี่เป็นดั่งฝันร้ายของบาโน แต่สิ่งที่ตามมาก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เธอต้องต่อสู้อย่างยาวนานในศาลเพื่อเรียกร้องความยุติธรรม เนื่องจากอุปสรรคหลายอย่าง ทั้งหลักฐานที่เกี่ยวข้องถูกทำลาย การที่ศพของผู้ตายถูกฝังโดยที่ไม่ได้ทำการชันสูตร ส่วนแพทย์ที่ตรวจนางบาโนกล่าวว่าเธอไม่ได้ถูกข่มขืน อีกทั้งเธอยังถูกขู่ฆ่าและถูกคุกคามโดยตำรวจ ทำให้เธอและครอบครัวต้องย้ายที่อยู่หลายครั้ง จนในที่สุดหลังผ่านไป 6 ปี เหล่าชายผู้ก่อเหตุได้รับโทษจำคุกตลอดชีวิตในปี 2008
กระนั้น ความเหน็ดเหนื่อยของโบนาก็เหมือนจะสูญเปล่า เมื่อรัฐบาลปล่อยตัวผู้ร้ายจำนวน 11 คน หลังจากจำคุกไป 14 ปีในโอกาสวันชาติครบรอบ 75 ปี สะท้อนการเลือกปฏิบัติทางกฎหมายต่อผู้กระทำผิดชาวฮินดู ทั้งๆ ที่ได้ก่อ “อาชญากรรมความเกลียดชัง” ต่อชาวมุสลิมขึ้นภายใต้การบริหารของรัฐบาลนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดีของอินเดีย ซึ่งเป็นมุขมนตรีของรัฐคุชราตในปีที่เกิดเหตุจลาจล ส่งผลให้ชาวอินเดียหลายร้อยคนออกมาประท้วงการตัดสินใจดังกล่าวในหลายพื้นที่
บาโนได้แสดงความผิดหวังต่อเหตุการณ์ดังกล่าว “ความยุติธรรมต่อผู้หญิงจบลงอย่างนี้ได้อย่างไร ฉันอุตส่าห์เชื่อมั่นในระบบศาลของประเทศ ฉันยังเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตร่วมกับความชอกช้ำจากตอนนั้น แต่การปล่อยตัวนักโทษในครั้งนี้ได้สั่นคลอนความเชื่อมั่นและสันติในใจฉันไปหมดแล้ว” เธอได้ทิ้งท้ายในข้อความอุทธรณ์ต่อทางการรัฐคุชราตให้ “ยกเลิกความผิดพลาดนี้” และ “คืนสิทธิในชีวิตที่ปราศจากความกลัวและเปี่ยมไปด้วยสันติแก่เธอ”

