เอาจริง! รมต.กลุ่มจี 7 ลุยตั้งเพดานราคาน้ำมันรัสเซีย หมีขาวขู่ ไม่ขายน้ำมันให้
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 3 กันยายน ว่า รัฐมนตรีกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก 7 ชาติ (จี 7) ตกลงที่จะกำหนดเพดานราคาน้ำมันของรัสเซีย ด้วยเป้าหมายที่จะลดความกัดดันทางราคาของน้ำมันโลกที่พุ่งสูงขึ้นและจำกัดผลกำไรที่สนับสนุนการทำสงครามของรัสเซียในยูเครน ภายหลังการประชุมที่เกิดขึ้นเมือวันที่ 2 กันยายน ขณะที่รัสเซียตอบโต้ด้วยการขู่ว่าจะระงับการขายน้ำมันให้แก่ประเทศที่ร่วมดำเนินนโยบายนี้
โดยเจ้าหน้าที่การคลังสหรัฐระบุว่าจะตั้งเพดานราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมอีก 2 รายการของรัสเซีย ซึ่งจะปรับใหม่ได้เรื่อยๆ หากมีความจำเป็น
ทั้งนี้ ในภาพรวม รัฐมนตรีกลุ่มจี 7 อื่นๆ ได้ตกลงที่จะระงับบริการใดๆ ก็ตามที่หนุนการขนส่งน้ำมันรัสเซียทางทะเลทั่วโลก และจะกลับมาดำเนินการบริการดังกล่าว ซึ่งรวมถึงการประกันภัยและภาคการเงินของโลกฝั่งตะวันตกอีกครั้ง ก็ต่อเมื่อมีการซื้อขายน้ำมันของรัสเซียที่ระดับราคาซึ่งเกิดจากการตกลงร่วมกันอย่างกว้างขวางของกลุ่มประเทศที่ตั้งเพดานราคา มาตรการนี้จะส่งผลกระทบอย่างยิ่งต่อธุรกิจน้ำมันที่มีราคาสูงกว่าเพดานของจี 7 รวมถึงเรือบรรทุกน้ำมันกว่า 95% ของโลกที่ใช้ประกันภัยของอังกฤษ พร้อมทั้งระบุว่าจะก่อตั้งสมาพันธ์ผู้ซื้อน้ำมันขึ้นหลังจากการประชุมรัฐมนตรีกลุ่มจี 7 ทางออนไลน์ครั้งนี้
ยูเครนที่ถึงแม้จะไม่ได้เป็นหนึ่งในกลุ่มจี 7 แต่ก็เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ เห็นด้วยกับมาตรการกำหนดเพดานราคาดังกล่าว ซึ่งนายโอเล็ก อูสเต็นโก ที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจอาวุโสของประธานาธิบดียูเครนคาดว่าช่วงเพดานราคาน้ำมันน่าจะอยู่ที่ 40 ถึง 60 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมกับชี้ว่ามาตรการดังกล่าวยอดเยี่ยม และเป็นสิ่งที่ยูเครนต้องการเพื่อลดรายได้ของรัสเซียลง
ขณะที่นายดิมิทรี เพสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมคลินออกมาขู่ว่า จะไม่ขายน้ำมันให้กับประเทศที่ร่วมกันตั้งเพดานราคาน้ำมันครั้งนี้ เพราะจะเป็นการทำลายเสถียรภาพของตลาดน้ำมันโลก สวนทางกับมุมมองของ เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ที่กล่าวว่ารัสเซียยังคงมีแรงจูงใจทางเศรษฐกิจที่จะขายน้ำมันที่ระดับหรือใกล้เคียงกับเพดานราคา ไม่เช่นนั้นแล้วรัสเซียก็จะต้องปิดการผลิต ซึ่งเป็นเรื่องยากหากต้องเปิดใหม่อีกครั้ง ส่วนจีนและอินเดียก็ต้องการที่จะซื้อน้ำมันที่ราคาเพดานเช่นกัน
อย่างไรก็ดี บรูโน เลอแมร์ รัฐมนตรีคลังของฝรั่งเศสเน้นย้ำว่า จี 7 ยังจะต้องร่วมหารือกันอีกมากโดยเฉพาะในเรื่องของข้อมูลทางเทคนิคของราคาน้ำมัน เนื่องจากยังไม่มีการพูดคุยในเรื่องสำคัญ อย่างเพดานราคาต่อหนึ่งบาร์เรล อีกทั้งยังต้องโน้มน้าวให้ผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ต่างๆ เข้าร่วมโครงการและรักษาความเป็นหนึ่งเดียวกันในยุโรปบนเป้าหมายนี้

