ชาวเช็กกว่า 7 หมื่นชุมนุมต่อต้านรัฐบาล ไม่พอใจนโยบายฝักใฝ่ตะวันตก
ประชาชนชาวสาธารณรัฐเช็กกว่า 70,000 คน ทั้งจากทุกกลุ่มการเมือง ออกมารวมตัวประท้วงรัฐบาลปัจจุบันที่ฝักใฝ่ตะวันตกที่จัตุรัสเวนเซสลาส ในกรุงปราก เมืองหลวงของสาธารณรัฐเช็ก เมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา
กลุ่มที่ออกมาร่วมประท้วงรัฐบาลมีทั้งกลุ่มขวาสุดและซ้ายสุด ทั้งจากพรรคเสรีภาพและประชาธิปไตยทางตรง ที่มีนโยบายต่อต้านผู้อพยพ และพรรคคอมมิวนิสต์ โดยกลุ่มผู้ประท้วงเรียกร้องให้รัฐบาลผสมที่นำโดยนายแปเดอร์ เฟียลา นายกรัฐมนตรีหัวอนุรักษนิยมลาออก
ประเด็นที่ผู้ประท้วงไม่พอใจรัฐบาลอย่างหนักคือการฝักใฝ่ตะวันตก โดยพวกเขาประณามรัฐบาลที่สนับสนุนการคว่ำบาตรรัสเซียในสงครามยูเครน พร้อมทั้งกล่าวโทษรัฐบาลที่ไม่สามารถจัดการกับปัญหาราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นได้
ผู้ประท้วงยังวิพากษ์วิจารณ์กองกำลังสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) และสหภาพยุโรป (อียู) รวมถึงแผนการของ 27 ประเทศสมาชิกนาโตและอียูที่จะปรับลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและทำให้การปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์
นายเฟียลากล่าวว่า ทุกคนมีสิทธิที่จะแสดงความเห็น แต่การประท้วงที่เกิดขึ้นเป็นการแสดงมุมมองของฝ่ายสนับสนุนรัสเซีย และไม่ได้สนใจต่อผลประโยชน์ของสาธารณรัฐเช็กรวมถึงพลเมืองของเราเอง
ทั้งนี้ ปัจจุบันสาธารณรัฐเช็กดำรงตำแหน่งประธานหมุนเวียนของอียู โดยรัฐบาลเช็กกำลังวางแผนที่จะเรียกประชุมฉุกเฉินชาติสมาชิกอียูเพื่อหาแนวทางร่วมกันในการแก้ไขวิกฤตด้านพลังงาน

