หน้าแรก ต่างประเทศ ‘ลิซ ทรัสส์’ ...

‘ลิซ ทรัสส์’ ยกหูคุย ‘เซเลนสกี’ คนแรก จับมือ ‘ไบเดน’ สู้รัสเซีย พุ่งเป้าสกัดจีน

7.09.22 | 09:30 น.
REUTERS

‘ลิซ ทรัสส์’ ยกหูคุย ‘เซเลนสกี’ คนแรก จับมือ ‘ไบเดน’ สู้รัสเซีย พุ่งเป้าสกัดจีน

ลิซ ทรัสส์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ย้ำจุดยืนซึ่งไม่ผิดไปจากความคาดหมายที่จะสกัดกั้นการเติบโตของอิทธิพลจีนในเวทีโลก สอดคล้องกับท่าทีของเธอตลอดเวลาที่ผ่านมา โดยทรัสส์มองว่าจีนเป็นภัยคุกคามต่อระเบียบโลก ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์ท่นำมาใช้ในการควบคุมในด้านการค้าและการทูตตหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

ความสัมพันธ์ระหว่างอังกฤษและจีนย่ำแย่ลงในทศวรรษที่ผ่านมา ท่ามกลางความวิตกกังวลที่เพิ่มขึ้นของอังกฤษว่าการเปิดประตูรับการลงทุนจากจีน จะทำให้เกิดความเสี่ยงในด้านความมั่นคง ขณะที่การขยายแสนยานุภาพทางทหารและการขยายตัวของเศรษฐกิจจีนจะขัดต่อประเด็นการค้าเสรีของเบร็กซิท

ทรัสส์เตือนว่าหากจีนไม่ปฏิบัติตามกฎกติกาของโลก ก็อาจทำให้การผงาดขึ้นเป็นชาติมหาอำนาจของจีนจบลง และจีนควรเรียนรู้เกี่ยวกับการตอบสนองที่แข็งแกร่งของตะวันตกต่อการรุกรานยูเครนของรัสเซีย อย่างไรก็ดีเธอรับว่าไม่อาจเลี่ยงการผงาดขึ้นมาของจีนได้ และตะวันตกควรรับประกันว่าไต้หวันสามารถป้องกันตนเองได้ด้วย

หลังเข้ารับตำแหน่ง ผู้นำโลกคนแรกที่ทรัสส์หารือด้วยคือนายโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน โดยเธอได้ตอบรับคำเชิญให้เยือนยูเครนในเร็วๆ นี้ และย้ำการให้การสนับสนุนของอังกฤษต่อเสรีภาพและประชาธิปไตยของยูเครน รวมถึงการให้การสนับสนุนยูเครนในการทำสงครามกับรัสเซีย พร้อมทั้งตั้งตารอที่จะทำงานร่วมกับเซเลนสกีต่อไป

นอกจากนี้ทรัสส์ยังได้หารือกับประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐ โดยไบเดนทวีตว่า เขาตั้งตารอที่จะกระชับความสัมพันธ์อันพิเศษระหว่างสองประเทศ และทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดในประเด็นที่เป็นความท้าทายระดับโลก รวมถึงการให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องต่อยูเครนในการป้องกันตนเองจากการรุกรานของรัสเซีย

Advertisement

ทำเนียบข่าวแจ้งว่า ผู้นำทั้งสองได้หารือถึงความร่วมมืออย่างใกล้ชิดต่อเนื่องในกรณียูเครน การจัดการกับความท้าทายของจีน และป้องกันอิหร่านไม่ให้ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ รวมถึงการรักษาความปลอดภัยของแหล่งพลังงานที่ยั่งยืนและมีราคาที่สามารถจับต้องได้

ขณะที่สำนักงานของนายกรัฐมนตรีอังกฤษออกแถลงการณ์ว่า ทรัสส์จะทำงานอย่างใกล้ชิดกับไบเดน ในฐานะผู้นำของโลกเสรีประชาธิปไตย เพื่อจัดการกับความท้าทายร่วมกับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับปัญหาเศรษฐกิจที่ร้ายแรงอันเป็นผลจากสงครามของปูติน