ยูเอ็นตั้ง ‘โฟลเกอร์ เติร์ก’ นั่งเก้าอี้ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนคนใหม่
เมื่อวันที่ 8 กันยายน ในการประชุมสมัชชาใหญ่ขององค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ได้มีมติให้นายโฟลเกอร์ เติร์ก จากประเทศออสเตรีย ดำรงตำแหน่งข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติคนใหม่ต่อจากนางมิเชล บาเชเล ซึ่งได้หมดวาระการดำรงตำแหน่งไปเมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา
ก่อนได้รับแต่งตั้งเป็นข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ นายเติร์กได้ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการสหประชาชาติด้านนโยบาย
ความท้าทายแรกที่นายเติร์กต้องเผชิญในทันทีหลังเข้ารับตำแหน่งคือการต่อสู้กับรายงานล่าสุดถึงสถานการณ์ปัญหาสิทธิมนุษยชนของชาวอุยกูร์ ในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ซึ่งตีพิมพ์โดยนางมิเชล บาเชเล ผู้ดำรงตำแหน่งคนก่อนไม่กี่นาทีก่อนหมดวาระดำรงตำแหน่ง
รายงานที่ถูกตีพิมพ์ดังกล่าวระบุว่า การคุมขังชาวอุยกูร์และชาวมุสลิมตามอำเภอใจ แบ่งแยกและไม่มีกฎเกณท์ของทางการจีน อาจนับเป็นการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ซึ่งทางการจีนได้ออกมาปฏิเสธถึงการทำร้ายชาวอุยกูร์ในทันที
นายไต ปิง อัครราชทูตและรองผู้แทนถาวรจีนประจำยูเอ็น กล่าวในที่ประชุมสมัชชาใหญ่ว่า ทางการจีนหวังว่านายเติร์กจะยึดหลักการทำงานอย่างเป็นธรรม เป็นกลาง และไม่มีการเมืองมาเกี่ยวข้อง
ด้านนางลิซา คาร์ตี อัครราชทูตและรองผู้แทนสหรัฐประจำยูเอ็น กล่าวว่า นายเติร์กต้องทำงานอย่างเป็นอิสระ เป็นกลาง และเป็นเสียงที่มั่นคงในการเรียกร้องให้กับปัญหาสิทธิมนุษยชนทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นที่ใด
อย่างไรก็ตาม นายฟิล ลินช์ ผู้อำนวยการบริหารของโครงการอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์วิส ฟอร์ ฮิวแมนไรท์ส (ไอเอสเอชอาร์) กล่าวว่า การแต่งตั้งของนายเติร์กขาดความโปร่งใส และการปรึกษาจากภาคประชาสังคมที่เป็นอิสระ โดยระบุว่า เลขาธิการยูเอ็นได้พลาดโอกาสสำคัญในการสร้างความชอบธรรมและให้อำนาจกับผู้ดำรงตำแหน่งคนต่อไป

