‘ควีนไม่เคยหยุดอธิษฐานให้ไอร์แลนด์เหนือ’ พระดำรัสแรกของคิงชาร์ลส์ที่ 3 ขณะเสด็จฯเยือนเบลฟาสต์
ในการเสด็จฯเยือนไอร์แลนด์เหนือครั้งแรกหลังขึ้นครองราชย์ของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 และพระราชินีคามิลลาเมื่อวันที่ 13 กันยายน กษัตริย์พระองค์ใหม่แห่งสหราชอาณาจักรได้มีพระราชดำรัสแรกต่อผู้นำทางการเมืองในไอร์แลนด์เหนือที่มาเข้าเฝ้าฯ ที่ปราสาทฮิลล์โบโร ในครั้งนี้
โดยตรัสถึงพระราชปณิธานที่จะทรงดำรงไว้ ซึ่งสวัสดิภาพของพสกนิกรชาวไอร์แลนด์เหนือทั้งมวล อีกทั้งยังแสดงความไว้อาลัยถึงพระราชมารดาของพระองค์ ความว่า “แม่ของข้าพเจ้าได้เฝ้าดูไอร์แลนด์เหนือผ่านช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์และการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญต่างๆ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา แม่ไม่เคยหยุดที่จะอธิษฐานให้สิ่งที่ดีที่สุดบังเกิดแก่ประเทศและประชาชนชาวไอร์แลนด์เหนือซึ่งผ่านเรื่องราวและความโศกเศร้าที่แม่และครอบครัวของข้าพเจ้ารู้สึกถึง และผู้ซึ่งแม่มีความรักและการระลึกถึงอันยิ่งใหญ่”
กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 ตรัสอีกว่า “ข้าพเจ้ารู้ว่าแม่รู้สึกอย่างลึกซึ้งถึงความสำคัญของบทบาทที่แม่ได้รับในการนำพาผู้คนที่ประวัติศาสตร์ได้แยกให้พรากจากกันมารวมกัน และยื่นมือเข้าไปเพื่อให้การรักษาความเจ็บปวดที่มีมายาวนานนั้นเป็นไปได้ ขณะที่ด้วยตัวอย่างที่ฉายแสงโดดเด่นต่อหน้าข้าพเจ้า พร้อมทั้งความช่วยเหลือจากพระเจ้า ข้าพเจ้าจะรับผิดชอบหน้าที่ใหม่เพื่อหาทางให้ชีวิตของทุกคนในไอร์แลนด์เหนือดีขึ้น”
ด้านนายอเล็กซ์ มาสคีย์ โฆษกรัฐสภาไอร์แลนด์เหนือ ได้แสดงความอาลัยแด่ควีนเอลิซาเบธที่ 2 ในโอกาสนี้เช่นเดียวกัน โดยกล่าวว่า ตนรู้สึกเห็นใจในช่วงเวลาที่ปวดร้าวนี้ในภาษาไอร์แลนด์ และกล่าวต่อว่า “ควีนเอลิซาเบธที่ 2 ทรงไม่ใช่ผู้สังเกตการณ์จากระยะไกลในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการของความสัมพันธ์ภายในและระหว่างประเทศในสหราชอาณาจักร พระองค์ทรงสาธิตด้วยพระองค์เองว่าการกระทำใดๆ ของ “ผู้นำประเภทปฏิฐาน” สามารถทลายกำแพงที่ขวางกั้นและส่งเสริมการปรองดองได้ มันวิเศษอย่างยิ่งเมื่อเราพิจารณาถึงความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและสังคมที่เกิดขึ้นขณะที่ควีนเอลิซาเบธที่ 2 ทรงเป็นพยาน ตลอดการครองราชย์ที่ยาวนานของพระองค์”
โฆษกรัฐสภาไอร์แลนด์เหนือกล่าวอีกว่า “เมื่อวานนี้ ฝ่ายสนับสนุนการรวมประเทศ กลุ่มนิยมสาธารณรัฐ กลุ่มแนวคิดชาตินิยม และประชาชนที่ไม่ได้มีความสนใจเรื่องรัฐธรรมนูญเป็นสำคัญ ได้มารวมตัวกันเพื่อแสดงความไว้อาลัยให้กับอดีตองค์ราชินี เมื่อพระองค์สืบราชสมบัติในตอนแรก ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเห็นการรวมตัวกันที่หลากหลายเช่นนี้”

