เวิลด์แบงก์เตือน ศก.โลกเสี่ยงถดถอยปีหน้า เหตุมุ่งขึ้นดอกเบี้ยคุมเงินเฟ้อ
เมื่อวันที่ 15 กันยายน ธนาคารโลกออกมาเตือนว่าเศรษฐกิจโลกเสี่ยงภัยคุกคามจากภาวะถดถอยเพิ่มขึ้น เนื่องจากธนาคารกลางของประเทศต่างๆ มุ่งให้ความสำคัญกับการลดอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ซึ่งธนาคารโลกยังเรียกร้องให้รัฐบาลต่างๆ ช่วยเพิ่มอุปทานเพื่อบรรเทาข้อจำกัดที่อยู่เบื้องหลังการทำให้ราคาสินค้าพุ่งสูงขึ้น
ทั้งนี้อัตราเงินเฟ้อทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วที่สุดในรอบหลายสิบปี อันเนื่องมาจากข้อจำกัดด้านอุปทานท่ามกลางอุปสงค์ที่สูงขึ้น ในขณะที่ประเทศต่างๆ เผชิญกับการแพร่ระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 และปีนี้สถานการณ์ได้รุนแรงขึ้นจากสงครามยูเครนและการล็อกดาวน์โควิดของจีน ส่งผลให้ธนาคารกลางใหญ่ๆ หลายแห่งหาทางแก้ปัญหาด้วยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อชะลอความต้องการและลดอัตราเงินเฟ้อที่ร้อนแรงลง
แต่ในรายงานฉบับใหม่ นักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารโลกเตือนว่า การกระทำดังกล่าวอาจไม่เพียงพอที่จะทำให้ราคาที่สูงขึ้นอยู่ภายใต้การควบคุม ทำให้เกิดความจำเป็นที่จะต้องปรับอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ซึ่งก็จะทำให้การเติบโตหยุดชะงัก โดยหลายประเทศจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงภาวะถดถอยได้ แต่การชะลอตัวทั่วโลกและการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวด ก็อาจทำให้สถานการณ์ทางการเงินตึงเครียดอย่างมีนัยสำคัญและจะทำให้เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอยได้ในปี 2023
ธนาคารโลกระบุว่า ในสถานการณ์เช่นนั้นจะทำให้เห็นการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(จีดีพี)โลก ชะลอตัวลง 0.5% ในปี 2023 โดยเป็นการหดตัว 0.4% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศต่อหัว ซึ่งเป็นไปตามคำจำกัดความทางเทคนิคของภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย
เดวิด มาลพาส ประธานเวิลด์แบงก์ กล่าวว่า การเติบโตของเศรษฐกิจโลกกำลังชะลอตัวลงและมีแนวโน้มที่จะชะลอตัวลงอีกเมื่อหลายประเทศตกอยู่ในภาวะถดถอย สิ่งที่ตนกังวลก็คือแนวโน้มนี้จะยังคงอยู่ โดยมีผลตามมายาวนานที่จะสร้างความเสียหายให้กับผู้คนในตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนา นายมาลพาสยังเรียกร้องให้ผู้กำหนดนโยบายเปลี่ยนการมุ่งเน้นการลดการบริโภคไปเป็นการส่งเสริมการผลิต
กรณีที่เลวร้ายที่สุดที่ธนาคารโลกเตือนไว้ในรายงานล่าสุดนี้ระบุว่า จะนำมาซึ่งภาวะถดถอยในประเทศพัฒนาแล้วและการเติบโตลดลงอย่างรวดเร็วในระบบเศรษฐกิจเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนา
“เศรษฐกิจโลกขณะนี้กำลังชะลอตัวลงมากที่สุดภายหลังจากการฟื้นตัวหลังภาวะเศรษฐกิจถดถอยในปี 1970 ในสถานการณ์เช่นนี้ แม้การกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในระดับปานกลางในปีหน้า ก็อาจนำไปสู่ภาวะถดถอยได้” เวิลด์แบงก์ระบุ

