สหรัฐอัดงบหนุนยูเครนอีกกว่า 20,000 ล้าน รัสเซียลั่นถ้าให้ขีปนาวุธระยะไกล เท่ากับเป็น ‘คู่ขัดแย้ง’
บันทึกของทำเนียบขาวที่ถูกส่งไปยังกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริการะบุว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐ ได้อนุมัติงบสนับสนุนทางทหารแก่ยูเครนเพื่อต่อสู้ในสงครามกับรัสเซียเพิ่มอีก 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 21,600 ล้านบาท ด้วยการใช้อำนาจของประธานาธิบดีที่เปิดทางให้ผู้นำสหรัฐสามารถอนุญาตการถ่ายโอนอาวุธส่วนเกินจากคลังอาวุธของสหรัฐให้แก่ชาติพันธมิตรได้
กระทรวงกลาโหมสหรัฐระบุว่า อาวุธที่จะถูกจัดส่งตามงบประมาณการช่วยเหลือดังกล่าวมีทั้ง ระบบยิงจรวดหลายลำกล้องไฮมาส กล้องมองกลางคืน เครื่องมือขุดและเคลื่อนหิน กระสุนปืนใหญ่ขนาด 105 มิลลิเมตร กระสุนปืนใหญ่แบบนำวิถีขนาด 155 มิลลิเมตร งบประมาณการช่วยเหลือครั้งใหม่นี้ยังรวมถึงงบฝึกฝนอบรมทางทหารด้วย
ขณะที่มารีอา ซาคาโรวา โฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียประกาศในวันเดียวกันว่า หากสหรัฐตัดสินใจที่จะส่งขีปนาวุธระยะใกลเพื่อสนับสนุนกองทัพยูเครน จะถือเป็นการข้ามเส้นแดง และสหรัฐจะทำให้กลายเป็น “คู่ขัดแย้ง” ในทันที โดยรัสเซียมีสิทธิที่จะป้องกันเขตแดนของประเทศได้
ทั้งนี้ สหรัฐได้ทำการสนับสนุนอาวุธระยะใกลต่อยูเครนอย่างเปิดเผย อาทิ ระบบยิงจรวดหลายลำกล้องไฮมาส ที่สามารถเล็งเป้าหมายที่อยู่ใกลถึง 80 กิโลเมตร อีกทั้งระบบยิงจรวดไฮมาสยังสามารถใช้ได้กับขีปนาวุธทิ้งตัวทางยุทธวิธีของกองทัพที่มีพิสัยการยิงสูงสุดถึง 300 กิโลเมตรด้วย
อย่างไรก็ดียูเครนไม่เคยยืนยันว่าตนมีอาวุธพิสัยไกลดังกล่าว โดยเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม เจ้าหน้าที่อาวุโสของยูเครนปฏิเสธที่จะตอบว่ายูเครนมีจรวดระยะไกลหรือไม่ แต่ความคลางแคลงใจยังคงเกิดขึ้น เนื่องจากข้อเท็จจริงที่ว่า ยังไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจนเกี่ยวกับการที่ยูเครนสามารถโจมตีฐานทัพอากาศในซากี บนคาบสมุทรไครเมีย เมื่อวันที่ 9 สิงหาคมได้ โดยที่พื้นที่ดังกล่าวอยู่ห่างจากอาณาเขตที่ยูเครนปกครองที่ใกล้ที่สุดราว 200 กิเมตร
ด้านเจ้าหน้าที่สหรัฐระบุว่า ยูเครนได้รับปากที่จะใช้อาวุธระยะไกลในการป้องกันตนเอง และต้องไม่ใช้เพื่อการโจมตีรัสเซีย

