คอลัมน์ไฮไลต์โลก: สำรวจตลาดโลกที่อะไรๆ ก็ขึ้น!
ทั่วโลกเผชิญอัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงถ้วนหน้า หลังจากหลายประเทศหลุดออกจากการล็อกดาวน์ปิดเมืองเนื่องจากวิกฤตการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และผลพวงของสงครามยูเครน ที่ดันราคาพลังงาน ทั้งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ให้พุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกเป็นห่วงโซ่ รวมถึงภาวะเงินเฟ้อ
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) คาดการณ์ว่าในปีนี้ราคาผู้บริโภคโลกจะพุ่งขึ้นไปถึง 8.3% โดยไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้่ว่าเราจะมองไปทางไหน จะหยิบจับซื้ออะไร ราคาก็ขยับขึ้นไปหมดทุกอย่าง

อย่างแรก เชื้อเพลิงพลังงาน ซึ่งการบุกยูเครนของรัสเซีย ที่เป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก ได้ทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกทะยานขึ้นอย่างรวดเร็วในทันที จังหวะหนึ่งดีดขึ้นไปถึงเกือบ 140 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ทำให้ราคาน้ำมันหน้าปั๊มดีดขึ้นตาม ในประเทศยูโรโซน ราคาน้ำมันปรับขึ้นไปมากกว่า 2 ยูโรต่อลิตร ส่วนในสหรัฐราคาน้ำมันหน้าปั๊มเพิ่มขึ้นสูงกว่า 5 ดอลลาร์สหรัฐต่อแกลลอน
แต่ตอนนี้ราคาน้ำมันลดความร้อนแรงลงมาอยู่ต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากจีนกลับมาคุมเข้มล็อกดาวน์เมืองจากสถานการณ์โควิด

ส่วนราคาก๊าซ ก็ถีบตัวแรง โดยเฉพาะในยุโรป ที่ดันให้ค่าไฟในเยอรมนีและฝรั่งเศสพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ โดยข้อมูลทางการเมื่อปลายสัปดาห์ก่อนชี้ว่า ราคาพลังงานในเขตยูโรโซนปรับเพิ่มขึ้นถึง 38.6% ในเดือนสิงหาคมปีนี้เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นรวดเร็วเช่นนี้ ก็ทำให้ต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว ทำให้ผู้ผลิต ผู้ค้าต้องปรับราคาสินค้าเพิ่มขึ้นตาม
ขณะที่อาหารจำพวก พาสต้า ถั่ว ตอร์ติยา ก็ได้รับผลกระทบหนักจากสงครามยูเครน ที่ทำให้การส่งออกธัญพืชจากยูเครน ซึ่งเป็นผู้ผลิตข้าวสาลีและน้ำมันทานตะวันรายใหญ่ไปทั่วโลกหยุดชะงัก ส่งผลให้ราคาอาหารพุ่งขึ้นตาม มีการประมาณการณ์ในเดือนพฤษภาคมว่า ราคาพาสต้าในเขตยูโรโซนพุ่งขึ้นไป 19% เมื่อเทียบกับ 18 เดือนที่ผ่านมา

ราคาแป้งข้าวโพดที่ใช้ทำ ตอร์ติยา อาหารหลักใช้ทำทาโก้และอาหารจานอื่นๆ ในเม็กซิโก ราคาก็ปรับขึ้นไปจากปีที่แล้วราว 13% ขณะที่เม็กซิโกเผชิญอัตราเงินเฟ้อสูงสุดในรอบ 20 ปี ส่วนถั่วปินโต อาหารหลักของชาวบราซิล ราคาปรับขึ้นไป 23% ในเดือนสิงหาคมเมื่อเทียบกับปีก่อน
ราคาธัญพืชในตลาดโลกที่สูงขึ้น ก็ทำให้ราคาอาหารสัตว์ปรับขึ้นตาม กลายเป็นต้นทุนที่เกษตรกรผู้เลี้ยงหมูต้องแบกรับ จึงทำให้ต้องปรับราคาเนื้อหมูขึ้นตาม ในจีนที่บริโภคหมูเป็นหลัก ราคาเนื้อหมูปรับขึ้นไป 22% ในเดือนสิงหาคมเมื่อเทียบกับปีก่อน ทำให้ทางการจีนต้องปล่อยเนื้อหมูในคลังสำรองยุทธศาสตร์ออกมาเป็นครั้งที่ 2 ในปีนี้ เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาในตลาด
ในอาร์เจนตินา เนื้อบดที่เป็นที่นิยม ราคาปรับขึ้นไป 3 ใน 4 ท่ามกลางอัตราเงินเฟ้อของอาร์เจนตินาที่พุ่งขึ้นไปถึง 56.4% ในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้
ผู้ผลิตเบียร์ ไม่เพียงประสบปัญหาราคาธัญพืชที่ใช้ในการผลิตเบียร์มีราคาที่สูงขึ้นแล้ว ยังประสบกับราคากระป๋องอลูมิเนียมและขวดแก้วบรรจุเบียร์ที่ปรับขึ้นไปถึง 70% แล้ว นั่นทำให้ผู้ผลิตเบียร์ยี่ห้อดังหลายเจ้าในยุโรป ต้องปรับขึ้นราคาตาม เช่นเดียวกับราคากระดาษ ที่ทำให้สื่อสิ่งพิมพ์ต้องปรับราคาขึ้น โดยราคาหนังสือพิมพ์บนแผงในยุโรปปรับขึ้นไป 6.5% ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

