อิหร่านลุกเป็นไฟ! หลังม็อบฮือต้านเหตุหญิงดับคามือ ตร.ศีลธรรม เจอฝ่ายความมั่นคงปราบดุ ดับแล้ว 50
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 24 กันยายนว่า เหตุการณ์ประท้วงในอิหร่านยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่องยาวนานถึง 8 วันติดต่อกันตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน จนถึงคืนวันศุกร์ (23 ก.ย.) ที่ผ่านมา เพื่อประท้วงการเสียชีวิตของ น.ส.มาซา อามีนี วัย 22 ปี ที่ถูกตำรวจศีลธรรมกรุงเตหะรานจับกุมด้วยข้อหาไม่ใส่ฮิญาบด้วยความรุนแรงและโหดเหี้ยม ในเหตุชุมนุมประท้วงที่เกิดขึ้นในกว่า 80 เมืองทั่วประเทศอิหร่าน ขณะเดียวกันกลุ่มผู้สนับสนุนการใส่ฮิญาบที่ขับเคลื่อนโดยเจ้าหน้าที่รัฐ ก็ถูกส่งออกมาเคลื่อนไหวในกรุงเตหะรานและเมืองอื่นๆ ด้วย โดยมีรายงานการปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านการเสียชีวิตของ น.ส.อามีนีกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 50 ราย

โดยในเหตุความรุนแรงครั้งล่าสุด กลุ่มสิทธิมนุษยชนเฮนกอว์ ที่มีฐานดำเนินงานอยู่ในกรุงออสโลของนอร์เวย์ กล่าวว่า ผู้ประท้วงปะทะกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเมื่อเย็นวันศุกร์ (23 ก.ย.) ที่เมืองโบกัน จังหวัดอาเซอร์ไบจานตะวันออก ขณะที่สำนักข่าวทางการ ไออาร์เอ็นเอ ของอิหร่าน รายงานว่า ผู้ประท้วงได้ปาหินใส่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง และจุดไฟเผารถตำรวจหลายคัน พร้อมทั้งส่งเสียงตะโกนพูดต่อต้านรัฐบาล ซึ่งศูนย์สิทธิมนุษยชนในอิหร่าน (ซีเอชอาร์ไอ) ที่ประจำการอยู่ที่นครนิวยอร์ก ระบุว่า เจ้าหน้าที่รัฐของอิหร่านได้ตอบโต้กลุ่มผู้ประท้วงด้วยการยิงกระสุนจริง ใช้ปืนอัดอากาศ และแก๊สน้ำตาเข้าใส่เพื่อสลายการชุมนุม
ขณะที่กลุ่มอิหร่าน ฮิวแมนไรท์ส (ไอเอชอาร์) ที่เป็นองค์กรสิทธิมนุษยชนอีกแห่งในออสโล อ้างว่า มีประชาชนที่ถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงอิหร่านสังหารเสียชีวิตในระหว่างเหตุชุมนุมต่อต้านรัฐบาลครั้งนี้แล้วอย่างน้อย 50 ราย
ทั้งนี้ยังมีการแพร่วิดีโอในโลกออนไลน์ที่แสดงภาพของกลุ่มผู้ประท้วงจุดไฟเผาป้ายบิลบอร์ดขนาดใหญ่ที่ปรากฏรูปของ อยาตุลเลาะห์ อาลี โฮ คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน และยังมีคลิปวิดีโอขณะที่ผู้ประท้วงหญิงจุดไฟเผาฮิญาบและตัดผมของตนเพื่อเป็นสัญญะเชิงต่อต้านความรุนแรงต่อสตรีมุสลิม ท่ามกลางเสียงเชียร์ของกลุ่มผู้ชุมชนุม จนได้รับการเผยแพร่ออกไปอย่างแพร่หลาย
อย่างไรก็ดี ทางการอิหร่านได้ประกาศระงับการใช้เครือข่ายอินเตอร์เน็ต ในการพยายามขัดขวางการนัดรวมตัวกันของกลุ่มผู้ประท้วงและการส่งต่อข้อมูลและภาพเหตุการณ์ที่สะท้อนภาพลักษณ์ด้านลบของประเทศไปสู่โลกกว้าง

