เคียฟชี้! ยอดดับเหตุรัสเซียโจมตีตอนใต้ยูเครนเพิ่มเป็น 30
ด้านผอ.โรงไฟฟ้าซาปอริซเซียโดนทัพหมีขาวรวบ
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 1 ตุลาคมว่า ยูเครนระบุว่ามีประชาชนผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตอย่างน้อยแล้ว 30 ราย และบาดเจ็บอีกเกือบ 100 คน จากเหตุการณ์โจมตีด้วยขีปนาวุธอย่างเลือดเย็นต่อขวบรถยนต์ของพลเรือนทางตอนใต้ของยูเครน ซึ่งยูเครนกล่าวว่าเป็นฝีมือของรัสเซียเมื่อวันที่ 30 กันยายน
นายโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดี แถลงผ่านวิดีโอถึงยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดดังกล่าว และยังกล่าวว่า ศัตรูตัวฉกาจเริ่มต้นวันด้วยแผนฆาตกรรมชาวยูเครนที่ผ่านการคำนวณมาอย่างสมบูรณ์และรอบคอบ ในขณะที่พวกเขากำลังเฉลิมฉลองที่จตุรัสแดง และพูดถึงซาปอริซเซีย พวกเขาก็กระทำเช่นนี้ในซาปอริซเซีย พวกเขามันอมนุษย์ชัดๆ
ด้านรัสเซียออกมาปฏิเสธว่าตนไม่ได้เป็นผู้โจมตีพุ่งเป้าไปที่ประชาชนยูเครนในครั้งนี้ โดยวลาดิมีร์ โรกอฟ เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของรัสเซียในแคว้นซาปอริซเซีย กล่าวโทษการโจมตีดังกล่าวว่าเป็นฝีมือของกองทัพยูเครน
ในวันเดียวกัน รอยเตอร์รายงานเพิ่มเติมว่า นายอิกอร์ มูราชอฟ ผู้อำนวยการใหญ่ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาปอริซเซีย ถูกกองกำลังลาดตระเวนรัสเซียจับกุมตัวขณะเดินทางออกจากโรงไฟฟ้าดังกล่าวเพื่อมุ่งหน้าไปยังเมืองอีเนอร์โกดาร์เมื่อราว 16.00 น.ของวันที่ 30 กันยายนตามเวลาท้องถิ่นยูเครน
เปโตร โคติน ผู้บริหารสูงสุดของ เอเนอร์โกตอม บริษัทพลังงาน รัฐวิสาหกิจของยูเครน ที่ออกมาให้ข้อมูลการถูกจับกุมตัวดังกล่าวระบุว่า มูราชอฟถูกนำตัวออกจากรถของตน และถูกนำตัวไปยังที่อื่น ขณะที่ถูกปิดตา อีกทั้งยังกล่าวอีกว่า การที่นายมูราชอฟ ผู้รับผิดชอบดูแลความปลอดภัยของพลังงานนิวเคลียร์และการแผ่รังสี ได้ถูกจับกุมไปนั้นจะเป็นอันตรายต่อการดำเนินการอย่างปลอดภัยของโรงไฟฟ้าซาปอริซเซีย ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้านิวเคีลยร์ที่ใหญ่ที่สุดของยุโรป

