‘วายจี’ จี้ ตร.เร่งสอบ เหตุภาพหลุด สาวเจนนี่ BLACKPINK ลือเดต ‘วี’ BTS ว่อนโซเชียล
สำนักข่าวบีบีซีรายงานเมื่อวันที่ 3 ตุลาคมว่า วายจี หนึ่งในบริษัทค่ายเพลงยักษ์ใญ่ของเกาหลีใต้ ออกแถลงการณ์ร้องขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งสอบสวนหาสาเหตุประเด็นร้อนในวงการ K-POP หลังภาพส่วนตัวของ เจนนี่ คิม ศิลปินชาวเกาหลีใต้ชื่อดัง สมาชิกวง BLACKPINK หลุดออกมายังสังคมออนไลน์อย่าง ทวิตเตอร์ และเทเลแกรม อย่างแพร่หลาย
ในแถลงการณ์ดังกล่าว วายจีร้องขอให้ตำรวจเร่งสืบหาผู้ปล่อยรูปคนแรกและเน้นย้ำว่าจะ “ดำเนินการทางกฎหมายที่เป็นไปได้ทั้งหมดโดยไม่มีการผ่อนปรน เพื่อป้องกันความเสียหายเพิ่มเติมในอนาคต”
ทั้งนี้ แม้ว่าทางวายจีจะยังไม่ได้ยืนยันว่ารูปที่หลุดเป็นรูปใด แต่ภาพที่ว่อนอินเตอร์เน็ตจำนวนหนึ่งเป็นภาพขณะที่เจนนี่กำลังรับประทานอาหารกับ ‘วี’ เพื่อนร่วมวงการ K-pop จากวง BTS ที่โด่งดังระดับโลก ซึ่งมีผู้ที่ส่งต่อรูปดังกล่าวออกมาให้ข้อมูลว่า รูปภาพส่วนตัวเหล่านี้เดิมทีถูกโพสต์อยู่ในบัญชีส่วนตัวอันหนึ่ง ซึ่งมีคำบรรยาย ที่อาจถูกเขียนโดยไม่สาวเจนนี่ ก็หนุ่ม วี ว่า “คุณคืออีกครึ่งหนึ่งของฉัน” และยังมีภาพอีกจำนวนหนึ่งที่แสดงช่วงเวลาขณะที่ทั้ง 2 คนกำลังท่องเที่ยวและถ่ายรูปเซลฟี่ ด้วยกันโดยใส่เสื้อคู่ลาย Winnie the Pooh ทำให้เกิดข่าวลือว่า ทั้งคู่กำลังเดตกันอยู่
อย่างไรก็ดี ภาพที่หลุดเหล่านี้ไม่มีรูปใดที่เป็นรูปอนาจาร แม้ว่าจะมีผู้หนึ่งที่จั่วหัวแรงว่าเป็นภาพสาวเจนนี่ขณะกำลังอาบน้ำ
หลังจากที่ภาพเหล่านั้นหลุดว่อนโลกโซเชียล วายจี ที่เป็นค่ายต้นสังกัดของวง BLACKPINK ได้ออกมากล่าวว่า เจนนี่ ต้องเผชิญกับ “การโจมตีตัวบุคคล” และ “การคุกคามทางเพศ” อีกทั้งทางวายจียังขอให้ทางแฟนคลับหยุดส่งต่อภาพดังกล่าว โดยในแถลงการณ์ข้างต้นยังระบุอีกว่า รูปภาพที่ถูกแพร่ออกไปทางสังคมออนไลน์เป็นการปล่อยภาพที่ผิดกฎหมายและปราศจากความยินยอมของบุคคลที่ปรากฏอยู่ในภาพ โดยไม่คำนึงถึงเจตนา ซึ่งขณะนี้มี 2 บัญชีที่ปล่อยภาพหลุดสาวเจนนี่ถูกระงับการใช้งานแล้ว
ด้าน Big Hit Music บริษัทผู้ดูแลวง BTS ก็ได้ยื่นฟ้องทางอาญาเพิ่มเติม ในข้อหาหมิ่นประมาท “การโพสต์ที่ทำลายชื่อเสียง” ซึ่งใช้ข้อมูลปลอมแปลงและข่าวลือที่มีเจตนาไม่ดี แม้ว่าจะไม่ได้ระบุถึงรูปหลุดของ วี วงBTS และ เจนนี่ BLACKPINK ว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการฟ้องร้องก็ตาม
ทั้งนี้ กฎหมายหมิ่นประมาทของเกาหลีใต้คุ้มครองสิทธิทางกฎหมายของบุคคลที่เป็นเจ้าของรูปภาพส่วนตัว ในการฟ้องร้องผู้ที่โพสต์แสดงความเห็นหมิ่นประมาทหรือมุ่งร้าย ซึ่งสามารถเป็นผู้กระทำผิดและเผชิญโทษปรับได้ แม้ว่าความเห็นดังกล่าวจะเป็นความจริงก็ตาม ตราบใดที่ศาลพิสูจน์ได้ว่าข้อความดังกล่าวทำให้บุคคลอื่นเสื่อมเสียชื่อเสียง

