‘ไบเดน’ ลั่นโลกเผชิญ ‘วันโลกาวินาศทางนิวเคลียร์’ ครั้งแรกหลังสงครามเย็น หลังรัสเซียเริ่มอ่อนแรงในสงครามยูเครน

7.10.22 | 15:19 น.
FILE PHOTO (AP)

‘ไบเดน’ ลั่นโลกเผชิญ ‘วันโลกาวินาศทางนิวเคลียร์’ ครั้งแรกหลังสงครามเย็น หลังรัสเซียเริ่มอ่อนแรงในสงครามยูเครน

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมว่า โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกากล่าวในวันที่ 6 ตุลาคมว่า โลกกำลังเผชิญหน้ากับ “อาร์มาเกดอน” หรือวันโลกาวินาศทางนิวเคลียร์เป็นครั้งแรกตั้งแต่สมัยสงครามเย็น เนื่องจากความเป็นไปได้ที่ วลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซียอาจใช้คลังแสงระเบิดปรมาณูเพื่อต่อสู้กับในสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่กินเวลาแล้วถึง 8 เดือน

ในงานระดมทุนพรรคเดโมเครตในรัฐนิวยอร์กเมื่อวันเดียวกัน ประธานาธิบดีไบเดนกล่าวว่า “พวกเราไม่ได้เผชิญหน้ากับ “วันโลกาวินาศ” มาตั้งแต่สมัยอดีตประธานาธิบดีจอห์น เอฟ เคเนดี ที่ต้องรับมือกับวิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบาในปี 1962″ แม้ว่าผู้เชี่ยวชาญจะวิเคราะห์ว่าการโจมตีด้วยนิวเคลียร์ใดๆ อาจมีขนาดค่อนข้างเล็ก แต่ไบเดนได้เตือนว่ามันอาจทำให้สงครามปะทุตัวแรงขึ้นได้ เพราะการโจมตีในพื้นที่จำกัดก็ยังเสี่ยงที่จะทำให้เกิดไฟลุกไหม้เป็นวงกว้าง

ไบเดนยังกล่าวอีกว่า “ปูตินไม่ได้ล้อเล่นเมื่อเขาพูดถึงศักยภาพในการใช้อาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธวิธี อาวุธเคมี หรืออาวุธทางชีวภาพอื่นๆ เพราะกองทัพของเขากำลังอ่อนแรงอย่างมีนัยสำคัญ”

สอดคล้องกับที่โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดีของยูเครนออกมาประกาศชัยชนะผ่านแถลกงการณ์ช่วงค่ำในวันที่ 6 ตุลาคมว่า สามารถปลดแอกพื้นที่ในภูมิภาคทางใต้ของแคว้นเคอร์ซอน ซึ่งตกอยู่ภายใต้การยึดของรัสเซียนานหลายเดือนได้กว่า 500 ตารางกิโลเมตร

ด้านเจ้าหน้าที่ปกครองภูมิภาคเคอร์ซอนที่ได้รับการจัดตั้งโดยรัสเซียได้เรียกร้องให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก ขณะที่คิริล สเตรมูซอฟ รองผู้ว่าการภูมิภาคเคอร์ซอนซึ่งถูกส่งตัวมาจากรัสเซียกล่าวว่า กองทัพรัสเซียได้ถอยทัพกลับในการต่อสู้กับยูเครนในพื้นที่ดังกล่าว และยังวิจารณ์เหล่าผู้บัญชาการระดับสูงและคณะรัฐมนตรีในมอสโกว่าไม่เข้าใจสถานการณ์ของกลุ่มแนวหน้าในสนามรบ

Advertisement

ขณะที่ล่าสุด เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม รัสเซียได้ใช้ขีปนาวุธ 7 ลูกโจมตีใส่พื้นที่ใจกลางเมืองเขตอุตาหกรรมในซาปอริซเซีย ซึ่งอยู่ห่างจากพื้นที่การต่อสู้แนวหน้าทางตอนใต้ของแคว้นไป 40 กิโลเมตร ส่งผลให้ประชาชนเสียชีวิตแล้ว 7 ราย และมีอีก 5 รายที่ยังหายสาบสูญ

ทั้งนี้ สหภาพยุโรป (อียู) ได้ประกาศมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียเพิ่มเติม โดยจะเพิ่มเติมรายชื่อบุคคล 31 คน และ 6 นิติบุคคลเข้าไปอยู่ในบัญชีดำซึ่งถูกสั่งห้ามไม่ให้ทำการค้าขายและการเดินทางมายังอียู เพื่อตอบโต้ความอุกอาจในการผนวกรวมพื้นที่ภายใต้อธิปไตยของยูเครนใน 4 ภูมิภาคของยูเครนเมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา