ธนาคารโลกชี้ น้ำท่วมใหญ่ทำคนปากีฯ จม ‘ความจน’ ถึง 9 ล้านคน
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่าธนาคารโลกชี้เมื่อวันที่ 6 กันยายนว่า ประชาชนราว 6-9 ล้านคนในปากีสถานกลายเป็นคนที่มีสถานะยากจน เนื่องจากมรสุมอุทกภัยที่เป็นผลมาจากภาวะโลกร้อนเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา
โดยวิกฤตน้ำท่วมครั้งใหญ่ในปากีสถานครั้งนี้ได้พัดถล่มพื้นที่ถึง 1 ใน 3 ของประเทศ ทำให้มีบ้านเรือนกว่า 2 ล้านครัวเรือนจมอยู่ไต้บาดาล และประชาชนราว 1,700 รายต้องเสียชีวิต ขณะที่มีประชาชนอีก 8 ล้านคนที่กลายเป็นผู้พลัดถิ่นและต้องอาศัยอยู่ในค่ายผู้ประสบภัยที่มีสภาพความเป็นอยู่อย่างแออัดและลำบากยากเข็ญ
ธนาคารโลกระบุว่า อัตราความยากจนในปากีสถานคาดว่าจะสูงขึ้นระหว่าง 2.5-4% น้ำท่วมครั้้งใหญ่ยังทำให้ประชาชนสูญเสียอาชีพ ปศุสัตว์ ผลผลิตทางการเกษตร และโอกาสทางการศึกษา รวมกับการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าและการแพร่ระบาดของโรคติดต่อทางน้ำ ได้ผลักให้ชาวปากีสถานประมาณ 5.8-9 ล้านคนกลายเป็นคนยากจน ซึ่งการจะแก้ไขปัญหาทางสังคมและเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากอุทกภัยนี้มีแนวโน้มว่าจะต้องใช้เวลานาน
ด้านข้อมูลจากธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) ระบุว่า ชาวปากีสถานราว 20% ต้องดำรงชีวิตอยู่ต่ำกว่าเส้นแบ่งความยากจน ซึ่งก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุอุทภัยครั้งใหญ่ สถานะการเงินของปากีสถานก็มีทีท่าไม่สู้ดี เนื่องจากวิกฤตค่าครองชีพ ค่าเงินรูปีร่วง และทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศที่น้อยลง
รัฐบาลปากีสถานได้ออกมาเรียกร้องให้ประเทศร่ำรวยที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นจำนวนมาก ให้ความช่วยเหลือเพื่อเร่งแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสร้างความยุติธรรมให้กับประเทศที่ยากจนกว่าและแทบจะไม่ได้สร้างผลกระทบใดๆ ต่อสภาพภูมิอากาศ แต่กลับได้รับผลกระทบสาหัสเกินคาดคิด

