ชื่อของ ยัสเซอร์ อาราฟัต อดีตผู้นำองค์การปลดปล่อยปาเลสไตน์ หรือพีแอลโอ ที่เสียชีวิตหลังล้มป่วยลงอย่างปริศนาเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ค.ศ.2004 ขณะมีอายุได้ 75 ปี ยังคงเป็นที่จดจำของชาวปาเลสไตน์ ในฐานะนักสู้เพื่อเสรีภาพ
และในโอกาสครบรอบ 12 ปีของการถึงแก่อสัญกรรมของอาราฟัต ได้มีการเปิดตัว พิพิธภัณฑ์ยัสเซอร์ อาราฟัตขึ้นที่เมืองรามัลเลาะห์ ในเขตเวสต์แบงก์ของดินแดนปาเลสไตน์ เพื่ออุทิศให้แก่นายยัสเซอร์ อาราฟัต โดยมี นายมามูด อับบาส ประธานาธิบดีปาเลสไตน์ เดินทางมาร่วมพิธีเปิดพิพิธภัณฑ์อย่างเป็นทางการ พร้อมกับกล่าวว่า
“แม้ว่าร่างของอาราฟัตจะไม่อยู่แล้ว แต่เขาจะยังคงอยู่ในจิตใจของพวกเรา”
นายนัสเซอร์ อัล-คิดวา ประธานมูลนิธิยัสเซอร์ อาราฟัต พูดถึงพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ว่า ตั้งใจที่จะสร้างขึ้นเพื่อนำเสนอเหตุการณ์สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของปาเลสไตน์ตั้งแต่เริ่มเข้าสู่ศตวรรษที่ 20 และตามรอยของการเติบใหญ่ของชาวปาเลสไตน์ การต่อสู้ จนไปถึงช่วงเวลาสุดท้ายของอาราฟัต ที่ 34 เดือนสุดท้ายของชีวิตต้องถูกกักบริเวณอยู่ภายใต้การควบคุมของอิสราเอล ก่อนที่จะจบชีวิตลงอย่างมีเงื่อนงำ และยังไม่มีคำตอบจนถึงวันนี้
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ใช้เงินในการก่อสร้าง 7 ล้านดอลลาร์ และเริ่มโครงการตั้งแต่ปี 2010 ซึ่งผู้มาเยี่ยมชมจะสามารถเดินทางจากพิพิธภัณฑ์ ไปยังอดีตที่ทำงานของอาราฟัต และห้องนอนของอาราฟัต โดยการเดินข้ามสะพานไป
นอกจากนี้ก็ยังมีการจัดแสดงสิ่งของที่เป็นข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวของอาราฟัต ที่รวมไปถึงปืนพกและผ้าโพกศีรษะที่เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของอาราฟัต ซึ่งสิ่งของเหล่านี้เจ้าหน้าที่ไปตามหาด้วยความยากลำบาก
คิดวาบอกว่า ตอนที่ข้าวของของอาราฟัตอยู่ที่รามัลเลาะห์นั้นก็หาได้ง่ายอยู่ แต่ข้าวของของอาราฟัตที่อยู่ในฉนวนกาซากลับหายเกือบหมด หลังจากที่กลุ่มฮามาสเข้าไปปกครองเมื่อปี 2007
หรืออย่างเหรียญรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพที่อาราฟัตได้มาเมื่อปี 1994 ร่วมกับ นายยิตซัค ราบิน อดีตนายกรัฐมนตรี และ นายชิมอน เปเรซ อดีตประธานาธิบดีอิสราเอล ในการลงนามร่วมกันในสนธิสัญญาออสโลเมื่อปี 1993 ก็ยังถูกพบวางขายอยู่ในตลาดแห่งหนึ่งในฉนวนกาซา
ที่สุดแล้วความพยายามที่จะสร้างบ้านหลังใหม่ให้แก่วีรบุรุษของชาวปาเลสไตน์ก็ประสบผลสำเร็จ และเกิดเป็น “พิพิธภัณฑ์ยัสเซอร์ อาราฟัต” แห่งนี้ขึ้นมา

