คอลัมน์ แกะรอยต่างแดน : สะพานไครเมีย สัญลักษณ์ผนวก’ไครเมีย’เข้า’รัสเซีย’

12.10.22 | 01:30 น.
REUTERS/Alexey Pavlishak

คอลัมน์ แกะรอยต่างแดน : สะพานไครเมีย สัญลักษณ์ผนวก’ไครเมีย’เข้า’รัสเซีย’

เหตุระเบิดครั้งใหญ่บนสะพานไครเมีย ที่เชื่อมดินแนดระหว่างไครเมีย กับรัสเซีย เมื่อวันที่ 8 ตุลาคมที่ผ่านมา ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย สร้างความตกตะลึงให้กับบรรดาผู้เสพข่าวทั่วโลกอีกครั้ง ท่ามกลางสถานการณ์สงครามยูเครนกับรัสเซีย ที่ยังไม่มีทีท่าจะยุติลง

สะพานไครเมีย หรือสะพานเคียร์ช เป็นสะพานคู่ขนานที่สร้างขึ้นโดยรัสเซีย เชื่อมต่อระหว่างรัสเซีย กับดินแดนไครเมีย ที่ผนวกเข้ากับรัสเซียไปแล้ว เป็นสะพานคู่ขนานระหว่างทางรถไฟกับถนน ที่ทอดยาวเป็นระยะทาง 18.1 กิโลเมตร ทอดข้ามช่องแคบเคียร์ซ

ที่ถือว่า เป็นสะพานที่ยาวที่สุดในรัสเซีย และยังยาวที่สุดในยุโรปด้วย

สะพานแห่งนี้ รัฐบาลสหภาพโซเวียต มีคำสั่งให้ก่อสร้างเมื่อปี ค.ศ.1949 แต่ในปี 1950 การก่อสร้างก็ได้หยุดลง และหันไปสร้างเส้นทางเรือเฟอร์รี่แทน

กระทั่งมีการควบรวมบริเวณแหลมไครเมียเข้าเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย เมื่อปี 2014 ก็ได้มีการออกแบบเพื่อก่อสร้างสะพานเชื่อมทั้งสองฝั่ง และเริ่มก่อสร้างในปี 2015
มีการเปิดให้ผู้คนร่วมกันโหวตชื่อของสะพาน ในปี 2017 และชื่อที่ได้รับเลือกคือ “สะพานไครเมีย”

Advertisement

โดยใช้เงินในการก่อสร้างถึง 227,920 ล้านรูเบิล

กระทั่งปี 2018 ก็มีการเปิดใช้บริการส่วนถนนของสะพาน เพื่อให้รถยนต์สัญจรได้ ในส่วนของรถไฟ ได้เริ่มใช้เมื่อเดือน 2019

เป้าหมายในการสร้างสะพานแห่งนี้ของรัสเซีย นอกเหนือจากเอาไว้สำหรับการสัญจรแล้ว รัสเซียยังตั้งใจว่า จะให้สะพานแห่งนี้ เป็นสัญลักษณ์ของการผนวกดินแดนไครเมียเข้ากับรัสเซียด้วย

เหตุระเบิดที่เกิดขึ้น บนสะพานไครเมีย ที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งการควบรวมของรัสเซียเช่นนี้ ถือเป็นการจงใจสร้างความขุ่นเคืองใจให้กับ ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย

แน่นอนว่า รัสเซียต้องพุ่งเป้าไปที่ “ยูเครน” ศัตรูหมายเลข 1 ของรัสเซียในตอนนี้ โดย ปูติน ได้กล่าวหายูเครนว่า ได้กระทำการก่อการร้ายครั้งนี้ เพื่อพุ่งเป้าทำลายโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือนที่มีความสำคัญกับรัสเซีย

และก็แน่นอนว่า ยูเครน ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว!!