‘ยูเอ็น-กาชาด’ ชี้คลื่นความร้อนจะทำให้บางส่วนของโลกร้อนจัด จนอยู่ไม่ได้ในอีกหลายสิบปีข้างหน้า
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) และ กาชาด ออกมาเตือนเมื่อวันที่ 10 ตุลาคมว่า คลื่นความร้อนจะทวีความรุนแรงขึ้นจนบางพื้นที่บนโลกจะไม่เหมาะกับการอาศัยอยู่ภายในเวลาหลายสิบปีหลังจากนี้
ยูเอ็นและกาชาดให้รายละเอียดว่า คลื่นความร้อนจะเพิ่มความรุนแรงสูงขึ้นจนเลยระดับที่ร่างกายและมนุษย์จะอาศัยอยู่ได้ โดยคาดการณ์ว่าพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบดังกล่าวคือ ภูมิภาคซาเฮล ซึ่งเป็นเขตรอยต่อในทะเลทรายซาฮารา, จะงอยแอฟริกา รวมถึงภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งจะเกิดเหตุการณ์ทางสภาพอากาศอย่างสุดขั้วจนนำไปสู่ความหายนะและการสูญเสียชีวิตครั้งใหญ่ในพื้นที่ดังกล่าว
ยิ่งไปกว่านั้น ยูเอ็นและกาชาดยังเตือนในรายงานร่วมอีกว่า ปัญหาคลื่นความร้อนในบางประเทศอย่าง โซมาเลีย และปากีสถาน ที่เกิดขึ้นในปีนี้ส่อให้เห็นว่าในอนาคตคลื่นความร้อนจะทำให้มีผู้เสียชีวิตมากขึ้น มีอัตราการเกิดที่ถี่ขึ้น และจะทำให้เกิดวิกฤตด้านมนุษยธรรมจากปัญหาคลื่นความร้อนที่มากขึ้น
รายงานดังกล่าวจัดทำโดยสำนักงานเพื่อการประสานงานด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือโอซีเอ็ชเอ ร่วมกับสหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ หรือไอเอฟอาร์ซี ซึ่งทั้ง 2 องค์กรได้ออกรายงานร่วมกัน 1 เดือนก่อนจะมีการประชุมอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือค็อป 27 ที่จะจัดขึ้นในเมืองชาร์ม เอล ชีค ประเทศอียิปต์ ระหว่างวันที่ 6-18 พฤศจิกายนนี้
ทั้ง 2 องค์กรแนะนำว่า ควรมีมาตรการรับมืออย่างจริงจังและควรทำในทันที เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้ปัญหาคลื่นความร้อนทวีความรุนแรงขึ้น โดยได้แนะนำขั้นตอนที่จะบรรเทาปัญหาคลื่นความร้อนที่อาจรุนแรงขึ้นในอนาคตไว้ทั้งหมด 5 ข้อ ดังนี้ ให้ข้อมูลกับประชาชนไว้ล่วงหน้า, หน่วยงานรัฐควรตอบสนองกับปัญหาคลื่นความร้อนให้ทันท่วงที, หาวิธีใหม่ๆ ที่จะสนับสนุนเงินให้กับโครงการในระดับชุมชน, องค์กรด้านมนุษยธรรมควรทดสอบที่พักพิงฉุกเฉินที่มีอุณหภูมิเหมาะสม และศูนย์ทำความเย็นให้มากกว่านี้ และให้บรรดาชุมชนเปลี่ยนแผนการดำเนินการเพื่อที่จะรับมือกับผลกระทบจากปัญหาคลื่นความร้อนที่อาจรุนแรงขึ้นในอนาคต
อย่างไรก็ดี ทั้ง 2 องค์กรได้ระบุว่ามาตรการรับมือกับภาวะคลื่นความร้อนยังมีข้อจำกัดอยู่บางประการ อาทิ การเพิ่มระดับการทำงานของเครื่องปรับอากาศเพื่อต้านทานกับความร้อนจะทำให้เสียงบประมาณมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ยั่งยืนกับสิ่งแวดล้อมซึ่งจะทำให้ปัญหาโลกร้อนทวีความรุนแรงขึ้น และหากมนุษย์ยังไม่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกซึ่งก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนลงอย่างมากได้ โลกจะพบกับระดับความร้อนที่พุ่งสูงขึ้นเกินกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ได้

