หน้าแรก ต่างประเทศ โควิดทำโลกล้ม...

โควิดทำโลกล้มเหลวในการจัดการกับความไม่เท่าเทียม

11.10.22 | 15:21 น.
AP

โควิดทำโลกล้มเหลว ในการจัดการกับความไม่เท่าเทียม

อ็อกซ์แฟม องค์กรรณรงค์ต่อต้านความยากจนระบุในรายงาน “ความมุ่งมั่นในการลดความไม่เท่าเทียม” (CRI) ว่า โลกล้มเหลวในการจัดการกับความไม่เท่าเทียมกันที่เพิ่มขึ้นอย่างอันตราย อันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดใหญ่ของโควิด-19

การศึกษาดังกล่าวได้มีการตรวจสอบการดำเนินการและนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาความไม่เท่าเทียมกันในช่วง 2 ปีแรกของโควิด-19 ก่อนจะสรุปว่า โควิดได้เพิ่มความไม่เท่าเทียมให้เกิดขึ้นทั่วโลก จากการตรวจสอบการดำเนินการและนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาความไม่เท่าเทียมในช่วง 2 ปีแรกของการแพร่ระบาดใหญ่

รายงานชี้ว่า โควิด-19 ทำให้ความไม่เท่าเทียมกันทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากกลุ่มคนที่ยากจนที่สุดกลายเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ทั้งจากโควิด-19 และผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ลึกซึ้ง ดัชนี CRI 2022 แสดงให้เห็นชัดเจนว่า รัฐบาลส่วนใหญ่ของโลกล้มเหลวในการบรรเทาความไม่เท่าเทียมอันเป็นอันตรายที่เพิ่มขึ้นนี้

การศึกษาดังกล่าวได้มีการประเมินรัฐบาลจาก 161 ประเทศในระหว่างปี 2020-2022 ต่อกรณีที่ถูกเรียกว่า “ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบศตวรรษ” โดยครึ่งหนึ่งของประเทศที่มีการสำรวจได้ลดค่าใช้จ่ายเพื่อการคุ้มครองทางสังคมลง ขณะที่อีกราว 70% ได้ลดค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา

ขณะที่การระบาดใหญ่ทำให้การใช้จ่ายของผู้บริโภคลดลงเนื่องจากมาตรการล็อกดาวน์ ส่งผลให้รายได้จากการเก็บภาษีลดลงไปด้วยเช่นกัน โดย 143 จาก 161 ประเทศล้มเหลวในการเก็บภาษีจากคนรวย ขณะที่ 11 ประเทศได้ลดการเก็บภาษีของตนเองลง โดยมีเพียงรัฐบาลกลุ่มเล็กๆ เท่านั้นที่มีการดำเนินการอย่างชัดเจนเพื่อต่อสู้กับความไม่เท่าเทียม

Advertisement

อ็อกซ์แฟมระบุด้วยว่า 2 ใน 3 ของประเทศล้มเหลวที่จะเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำตามผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)

ทั้งนี้ มีการจัดอันดับประเทศต่างๆ ตามการดำเนินการและนโยบายของแต่ละประเทศใน 3 เรื่องหลัก ประกอบด้วย การใช้จ่ายเพื่อสังคม ภาษี และแรงงาน ซึ่งนอร์เวย์ อยู่อันดับ 1 ในฐานะประเทศที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการจัดการกับประเด็นความไม่เท่าเทียม ตามด้วยเยอรมนี ออสเตรเลีย เบลเยียม และแคนาดา โดยฝรั่งเศสอยู่ในอันดับที่ 12 และอังกฤษอยู่อันดับ 14

อ็อกซ์แฟมยังวิพากษ์วิจารณ์ประเทศส่วนใหญ่ หลังจากก่อนหน้านี้สหประชาชาติและกลุ่มรณรงค์ต่างๆ พากันออกมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงการกระจายวัคซีนอย่างไม่เป็นธรรมว่า การระบาดใหญ่ซึ่งควรเป็นสัญญานเตือนเพื่อให้จัดการกับปัญหาความยากจน ปลุกให้ผู้นำระดับชาติและระดับโลกเสนอนโยบายเพื่อจัดการกับความไม่เท่าเทียมอย่างจริงจัง แต่รัฐบาลต่างๆ ยังคงเดินหน้าไปกับ “ความไม่เท่าเทียมเป็นปกติ” อย่างน่าละลาย

รายงานดังกล่าวระบุด้วยว่า ในความเป็นจริง การระเบิดของโควิด-19 และวิกฤตด้านสาธารณสุข สังคม และเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นตามมา ทำให้เกิดความยากจนและความไม่เท่าเทียมมากขึ้น โลกเห็นความยากจนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี ในขณะที่ความมั่งคั่งของคนที่ร่ำรวยที่สุดและผลกำไรของบริษัทกลับเพิ่มสูงขึ้น

รายงานของอ็อกซ์แฟมเรียกร้องให้รัฐบาลทั่วโลกหลีกเลี่ยงมาตรการรัดเข็มขัดต่างๆ ซึ่งจะยิ่งซ้ำเติมคนยากจนให้ย่ำแย่ลงไปอีก โดยรัฐบาลทั่วโลกซึ่งได้รับบการสนับสนุนทางการเงินจากสถาบันการเงินระหว่างประเทศและการให้เงินสนับสนุนจากทั่วโลก จำเป็นต้องดำเนินนโยบายที่จะลดความเหลื่อมล้ำและปกป้องรายได้ของคนยากจนจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยและเงินเฟ้ออีกด้วย