หวั่นไม่พร้อม! นทท.แห่เที่ยว รับญี่ปุ่นเปิดปท. แต่ต้องเจอ ‘แรงงานหด-ร้านค้าหาย’
ขณะที่ญี่ปุ่นประกาศผ่อนคลายมาตรการสกัดกั้นโควิด-19 ข้ามพรมแดน หลังจากยึดมั่นในมาตรการดังกล่าวในช่วงที่ทั่วโลกประสบวิกฤตสาธารณสุขครั้งใหญ่มายาวนานกว่า 2 ปี ความหวังที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศก็ถูกท้าทายด้วยลมปะทะใหม่อย่างร้านค้าที่ปิดตัวลงและการขาดแคลนแรงงานในภาคบริการ อันเป็นผลมาจากความซบเซาในช่วงที่ญี่ปุ่นปิดประเทศ
นับจากวันที่ 11 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป ญี่ปุ่นได้อนุญาตการเดินทางเข้าประเทศโดยไม่ต้องมีวีซ่าระยะสั้นให้กับนักเดินทางจากหลายสิบประเทศ ตามมาตรการเดิมก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติพากันเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่วันแรกที่เปิดประเทศ ดั่งที่ยอดจองตั๋วโดยสารจากแคนาดาปลายทางสู่ญี่ปุ่นของสายการบินแอร์แคนาดาในเดือนนี้เพิ่มขึ้น 51% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ขณะที่นักท่องเที่ยวจากญี่ปุ่นที่เดินทางไปยังแคนาดาก็เพิ่มขึ้น 16% ในช่วงเวลาเดียวกัน
นายฟูมิโอะ คิชิดะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ตั้งความหวังกับการเปิดประเทศครั้งนี้ค่อนข้างสูงว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจที่ซบเซาให้กระเตื้องขึ้น และเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ส่วนหนึ่งจากการที่เงินเยนอ่อนค่าลงต่ำสุดในรอบ 24 ปี โดยเขากล่าวเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า จะดึงดูดการใช้จ่ายภาคการท่องเที่ยวประจำปีให้ได้ถึง 5 ล้านล้านเยน หรือราว 1,242 ล้านบาท แต่ความคาดหวังดังกล่าวก็อาจเป็นเป้าหมายที่เกินตัว เนื่องจากภาคการท่องเที่ยวของญี่ปุ่นได้รับผลกระทบอย่างหนักจากโควิด-19 จนการจ้างงานในภาคการโรงแรมถดถอยถึง 22% ระหว่างปี 2019 – 2021 ตามข้อมูลของรัฐบาลญี่ปุ่น
ขณะที่รายงานของทาคาฮิเดะ คิอูจิ นักเศรษฐศาสตร์จากศูนย์วิจัยโนมูระที่ระบุว่า การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศในปี 2023 จะสูงเพียง 2.1 ล้านล้านเยนเท่านั้น และจะไม่สูงเกินกว่าระดับก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิดไปจนกระทั่งถึงปี 2025
แม้สายการบินเจแปน แอร์ไลนส์ จะมียอดจองเที่ยวบินขาเข้าญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าหลังจากรัฐบาลประกาศเปิดประเทศ แต่ยูจิ อากาซากะ ประธานสายการบินดังกล่าว กล่าวว่า การท่องเที่ยวระหว่างประเทศจะยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่จนกว่าจะปี 2025
สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันของสนามบินนาริตะ ที่ร้านขายของฝาก รวมถึงร้านอาหารในสนามบินดังกล่าวต้องปิดตัวลงถึงครึ่งหนึ่งจากทั้งหมด 260 ร้าน โดย มาเรีย ซาเธอร์เลย์ นักเดินทางจากนิวเซีแลนด์ถึงกับกล่าวว่า ครึ่งหนึ่งของท่าอากาศยานนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นแห่งนี้ เหมือนกับ “สนามบินร้าง” ซึ่งเธอบอกกับรอยเตอร์ด้วยว่า อยากเดินทางมาญี่ปุ่นอีกในช่วงฤดูหนาว แต่เนื่องจากหลานเด็กเกินไปที่จะฉีดวัคซีนโควิด-19 ซึ่งเป็นข้อบังคับสำหรับการเดินทางเข้าประเทศของญี่ปุ่น จึงจะรอจนถึงปีหน้าเพื่อกลับมาเยือนญี่ปุ่นอีกครั้ง
ซาวาโตะ ชินโดะ ประธานบริษัท Amina Collection Co ให้ข้อมูลว่าต้องปิดร้านขายของที่ระลึกที่สนามบินนาริตะลงจำนวน 3 ร้าน และถ่ายโอนพนักงานไปยังร้านสาขาอื่น เนื่องจากบริษัทหันกลับมาเน้นตลาดท่องเที่ยวในประเทศในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 เขายังกล่าวอีกว่า จะไม่เปิดร้านในสนามบินที่ปิดไป จนกว่าจะฤดูใบไม้ผลิครั้งหน้า
นอกจากนี้ ปัญหาการขาดแคลนแรงงานภาคการบริการยังเป็นอีกปัญหาท้าทายความคาดหวังของคิชิดะ เนื่องจากมีพนักงานหลายคนที่สามารถหางานที่ดีกว่าได้ในสาขาอาชีพอื่น จึงเป็นเรื่องยากที่จะกระตุ้นให้คนกลับมาทำงานด้านสายบริการซึ่งยังมีปัญหาเรื่องค่าแรงต่ำ
อย่างไรก็ดี รัฐบาลญี่ปุ่นยังส่งเสริมให้ประชาชนใส่หน้ากากอนามัยในอาคาร รวมถึงระงับการพูดคุยเสียงดังอย่างเข้มงวด และยังอนุมัติการเปลี่ยนแปลงข้อบังคับด้านโรงแรมเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ที่จะอนุญาตให้โรงแรมสามารถปฏิเสธแขกที่เข้าพักได้ หากไม่ให้ความร่วมมือด้านมาตรการโควิด-19

