WWF ชี้สัตว์ป่าทั่วโลกลดลง 69% นับจากปี 1970
องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) ระบุว่า ประชากรสัตว์ป่าโลกลดลงมากกว่า 2 ใน 3 หรือราว 69% นับตั้งแต่ปี 1970 โดบนายแอนดรู เทอรี ผู้อำนวยการฝ่ายอนุรักษ์และนโยบายของสมาคมสัตววิทยาแห่งลอนดอน (ZSL) กล่าวว่า เป็นการลดลงอย่างร้ายแรง ซึ่งบอกเราว่าธรรมชาติกำลังเปลี่ยนแปลง และโลกของเรากำลังว่างเปล่า
รายงานของ WWF ได้ใช้ข้อมูลจากสมาคมสัตววิทยาแห่งลอนดอน (ZSL) เมื่อปี 2018 เกี่ยวกับจำนวนประชากรสัตว์ป่า ซึ่งครอบคลุมมากกว่า 5,000 สายพันธุ์และพบว่า ประชากรสัตว์ป่าลดลงเฉลี่ย 69%
ประชากรสัตว์ป่าในลาตินอเมริกาและแคริบเบียนได้รับผลกระทบหนักหนาสาหัสที่สุด โดยลดลงถึง 94% ในเวลาราว 5 ทศวรรษ โดยรายงานระบุว่า ประชากรโลมาแม่น้ำสีชมพูในแอมะซอนของบราซิล ลดลง 65% ในช่วงปี 1994-2016 ขณะที่ในแอฟริกา สถานการณ์ก็ย่ำแย่ไม่ต่างกัน โดยประชากรกอลิลลาในพื้นที่ราบทางตะวันออกของคองโกก็ลดลง 80% ระหว่างปี 1994-2019 เพราะถูกล่าเอาเนื้อ
สาเหตุสำคัญที่ทำให้ประชากรสัตว์ป่าทั่วโลกลดลงเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก การตัดไม้ทำลายป่า การแสวงหาประโยชน์ของมนุษย์ รวมถึงมลพิษ
การลดลงเป็นจำนวนมากของสัตว์ป่าทำให้เกิดคำวิงวอนด้วยความสิ้นหวัง ที่จะร้องขอการจัดหาเงินทุนเพื่อสนับสนุนความพยายามในการอนุรักษ์สัตว์ป่าทั่วโลกต่อไป

