‘ไออีเอ’ เตือน การปรับลดการผลิตน้ำมันของโอเปคพลัส อาจเหวี่ยงโลกสู่ภาวะถดถอยทาง ศก.
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 13 ตุลาคมว่า องค์การพลังงานระหว่างประเทศ (ไออีเอ) เตือนว่า การตัดสินใจปรับลดการผลิตน้ำมันลงของกลุ่มโอเปคพลัสเมื่อสัปดาห์ก่อน ได้ผลักให้ราคาน้ำมันดีดตัวสูงขึ้นและอาจทำให้เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอย
“การทรุดตัวลงอย่างไม่หยุดยั้งของเศรษฐกิจและราคาน้ำมันที่ดีดตัวขึ้น อันเป็นผลจากการที่กลุ่มโอเปคพลัสวางแผนจะลดการผลิตน้ำมันลงนั้น กำลังทำให้ความต้องการน้ำมันโลกลดน้อยลง” ไออีเอระบุในรายงานด้านน้ำมันประจำเดือน และว่า “ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น พร้อมกันกับแรงกดดันจากอัตราเงินเฟ้อที่ไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น อาจเป็นจุดเปลี่ยนของสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่จ่ออยู่ปากเหวของภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจ”
คำเตือนนี้ของ ไออีเอ องค์การพลังงาน ที่มีชาติสมาชิกอย่าง สหรัฐอเมริกาและประเทศผู้บริโภคน้ำมันรายใหญ่อื่นๆ ของโลกรวมอยู่ ได้เน้นย้ำให้เห็นถึงรอยร้าวกับซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลกและเป็นผู้นำโดยพฤตินัยของกลุ่มโอเปค
โดยก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐอเมริกา ประกาศว่าความสัมพันธ์กับซาอุดีอาระเบียจะมีผลที่ตามมา ภายหลังการเคลื่อนไหวดังกล่าวของกลุ่มโอเปคพลัส ขณะที่ซาอุดีอาระเบียปฏิเสธเสียงวิพากษ์วิจารณ์ และกล่าวว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่มีนัยยะทางการเมืองและเพียงตั้งใจที่จะสร้างสมดุลในตลาดและควบคุมความผันผวนเท่านั้น
ไออีเอระบุว่า การลดลงของอุปทานน้ำมันที่แท้จริงอาจเป็นราว 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ไม่ใช่ 2 ล้านบาร์เรลตามการประกาศของโอเปคพลัส โดยที่ ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตจะเป็นผู้ลดจำนวนการผลิตรายใหญ่ เนื่องจากประเทศสมาชิกอื่นๆ มีข้อจำกัดทางการผลิตน้ำมันอยู่แล้ว
ขณะที่การคว่ำบาตรและการตั้งเพดานราคาน้ำมันจากทั้งสหภาพยุโรปและกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำโลก 7 ชาติ (จี7) อันใหม่ที่มีต่อรัสเซียในเดือนนี้ ก็สามารถลดปริมาณการผลิตน้ำมันโลกให้น้อยลงไปอีก ซึ่งจะทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นทั่วโลก และตอกย้ำความเจ็บปวดทางเศรษฐกิจที่ผู้คนทั่วโลกกำลังเผชิญ

